Saturday, November 4, 2023

ภาพดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี 2566 สังเกตได้ชัดเจน


สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผยภาพดาวดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี มีดวงจันทร์แกนีมีดเคลื่อนผ่านหน้า หลังจากค่ำนี้สามารถสังเกตได้ชัดเจน พร้อมจุดชมดาวฟรีทุกคืนวันเสาร์

สืบเนื่องจาก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือ สดร. (NARIT) ออกมาโพสต์ข้อความเชิญชวนประชาชน ชมปรากฎการณ์ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี (Jupiter Opposition) โดยสามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า นานตลอดคืนจนถึงรุ่งเช้า และหากมองผ่านกล้องโทรทรรศน์ จะสามารถสังเกตเห็นดวงจันทร์กาลิเลียน 4 ดวง ได้แก่ ไอโอ ยูโรปา แกนีมีด คัลลิสโตอีกด้วย

ล่าสุด วันเสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2566 NARIT ออกมาเผยภาพดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี โดยบันทึกเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 66 เวลา 21.24 น. ผ่านกล้องโทรทรรศน์ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.4 เมตร ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา

NARIT โพสต์ภาพดาวพฤหัสบดีพร้อมข้อความระบุว่า ส่งท้ายค่ำคืนเปิดเทศกาลชมดาวด้วยดาวพฤหัสบดี ที่มีดวงจันทร์แกนีมีดเคลื่อนผ่านหน้า เงาของดวงจันทร์ทอดลงบนพื้นผิวดาวพฤหัสบดี สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน

หลังจากค่ำคืนนี้ ดาวพฤหัสบดียังคงปรากฏบนท้องฟ้าในช่วงค่ำ สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า ทางทิศตะวันออกหลังจากดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า และปรากฏยาวนานตลอดคืนจนถึงรุ่งเช้า




นอกจากนี้ สำหรับท่านใดที่อยากชมดาว สดร. จัดกิจกรรม NARIT Public Night โดยทุกท่านที่สนใจ สามารถร่วมชมดาวได้ทุกคืนวันเสาร์ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสามารถเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่อุทยานและหอดูดาว รวม 5 แห่ง

ประกอบด้วย อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่, หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา นครราชสีมา, หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา, หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา

ท่านใดที่สนใจสามารถร่วมชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติสุดงามตาได้ โดยวันเสาร์ที่ 4 พ.ย. นี้ เป็นคืนแรกของกิจกรรม ทุกท่านสามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

อ้างอิง : Facebook NARIT, thaiger

Tuesday, October 3, 2023

กล้องจุลทรรศน์ แบบใช้แสงฟลูออเรสเซนส์ซึ่งมีกำลังขยายสูงสุดเท่าที่เคยมีมา ผลงานนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล

กล้องไมโครสโคป (Microscope)

กล้องจุลทรรศน์ แบบใช้แสงฟลูออเรสเซนส์ซึ่งมีกำลังขยายสูงสุดเท่าที่เคยมีมา ผลงานนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล


กล้องจุลทรรศน์ (Microscope) หรือ กล้องไมโครสโคป (Microscope) เป็นอุปกรณืที่จำเป็นในการศึกษาค้นคว้าทางชีววิทยาทำให้สามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่มองเห็นไม่ชัดเจนและไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า รวมทั้งรายละเอียดหรือส่วนประกอบต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิตได้ดียิ่งขึ้น จากการค้นคว้าพัฒนาทางเทคโนโลยีได้ จากนักวิทยาาศาสตร์ ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีก่อนหน้านี้ ผลงาน กล้องกล้องจุลทรรศน์ (Microscope) แบบใช้แสงฟลูออเรสเซนส์ชิ้นนี้ให้ภาพที่คมชัดเหนือกว่าภาพจากกล้องจุลทรรศน์ที่ดีที่สุดในยุคปัจจุบัน และยังถือว่าเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดของกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง ซึ่งจะนำมาใช้ประโยชน์ในการวิจัยโรคต่างๆ เช่น โรคอัลไซเมอร์และโรคฮันติงตัน ที่เกิดจากการเสื่อมของระบบประสาท รวมถึงใช้ในการออกแบบและพัฒนาตัวยา

นายเอริก เบ็ตซิก และนายวิลเลียม โมร์เนอร์ นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน และนายสเตฟาน เฮลล์ นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีก่อนหน้านี้ จากการพัฒนาเทคนิคใหม่ของกล้องไมโครสโคป (Microscope)แบบใช้แสงฟลูออเรสเซนส์ซึ่งมีกำลังขยายสูงสุดเท่าที่เคยมีมา นักวิทยาศาสตร์ทั้งสามคนพัฒนากล้องจุลทรรศน์โดยใช้แสงฟลูออเรสเซนต์ที่มีกำลังขยายสูง สามารถศึกษาส่วนประกอบภายในซึ่งให้ความละเอียดสูงมาก โดยสามารถลงลึกในโครงสร้างโมเลกุล เซลล์ที่อยู่ภายใน และขยายภาพได้ลึกถึงระดับนาโนซึ่งนับว่าเป็นการวิวัฒนาการครั้งยิ่งใหญ่




คณะกรรมการฯ โนเบลระบุว่า นักวิจัยทั้งสามคนได้รับรางวัลจากการพัฒนา กล้องจุลทรรศน์แสงฟลูออเรสเซ็นต์ (fluorescence microscopy) ที่มีความละเอียดสุดยอด ช่วยขยายขีดจำกัดของ กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง (optical microscope) ที่เป็นปัญหามานาน

ทั้งนี้ กล้องจุลทรรศน์แสงฟลูออเรสเซ็นต์ หรือ กล้องจุลทรรศน์นาโน ถูกนำไปใช้ในหลายด้านเช่น ช่วยให้เห็นการปล่อยสัญญาณสื่อประสาท หรือติดตามโปรตีนเฉพาะในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน และทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาโมเลกุลที่มีขนาดเล็กสุดในเซลล์สิ่งมีชีวิตได้

ที่ผ่านมากล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง เผชิญข้อจำกัดเนื่องจากมันไม่สามารถขยายภาพให้มีความคมชัดจนเห็นสิ่งที่มีขนาดเล็กกว่า 0.2 ไมโครเมตรได้ ตามกฎข้อจำกัดการกระจายของลำแสง ของ เอิร์นสต์ แอบเบ นักจุลทัศน์วิทยาชาวเยอรมัน ซึ่งตั้งเอาไว้เมื่อปี 2416 แต่การพัฒนากล้องจุลทรรศน์ของศ.เบตซิก, แฮลและโมร์เนอร์ ทลายข้อจำกัดนี้ไป

นักวิจัยทั้ง 3 คน ใช้วิธีการพัฒนากล้องจุลทรรศน์แตกต่างกันแต่เป็นการวางรากฐานของกล้องจุลทรรศน์แสงฟลูออเรสเซ็นต์เหมือนกัน โดย ศ.แฮล พัฒนากล้องจุลทรรศน์สเต็ด ขึ้นมาในปี 2000 โดยเป็นการใช้แสงเลเซอร์ 2 ชนิดยิงความยาวคลื่นเฉพาะออกมา ทำให้โมเลกุลบางชนิดเรืองแสง สามารถเห็นสิ่งที่มีขนาดเล็กระดับนาโนเมตรได้

ส่วนศ. เบตซิกและศ. โมร์เนอร์ พัฒนากล้องจุลทรรศน์โมเลกุลเดี่ยว ใช้แสงเปิด-ปิดการเรืองแสงของโมเลกุลเดี่ยว ทำให้เห็นภาพระดับนาโนเมตรได้เช่นกัน

ทีนีมาดูว่า กล้องจุลทรรศน์ หรือ กล้องไมโครสโคป (Microscope) ทีใช้กับในปัจจุบันมีกี่แบบ กัน ลองมาหาข้อมูลกัน ชนิดของกล้องมีด้วยกัน 2 ชนิด
1. กล้องจุลทรรศน์ที่ใช้แสงอาทิตย์หรือแสงไฟฟ้าเป็นแหล่งกำเนิดลำแสง
2. กล้องจุลทรรศน์ที่มีแหล่งกำเนิดให้เป็นลำอิเล็คตรอน

1. กล้องจุลทรรศน์ที่ใช้แสงอาทิตย์หรือแสงไฟฟ้าเป็นแหล่งกำเนิดลำแสง

1.1 กล้องจุลทรรศน์แบบแสงธรรมดา (Light Microscope) กล้องแบบนี้เป็นกล้องที่ใช้สำหรับผู้ศึกษาเบื้องต้น เพราะเป็นกล้องที่มีวิธีการใช้ไม่ซับซ้อน
1.2 กล้องจุลทรรศน์แบบเฟสคอนทรัส (Phase Contrast Microscope) และ กล้องไมโครสโคป แบบอินเทอร์เฟอร์เรนซ์ (Interference Microscope) ใช้ศึกษาเซลล์หรือสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะบางใส
1.3 กล้องจุลทรรศน์แบบโพลาไรซิง (Polarizing Microscope) ใช้ศึกษาผลิตภัณฑ์หรือเส้นใย ต่าง ๆ ในเซลล์หรือเนื้อเยื่อ
1.4 กล้องจุลทรรศน์แบบฟลูออเรสเซน (Fluorescence Microscope) เซลล์หรือเนื้อเยื่ออ ที่นำมาศึกษาต้องเคลือบด้วยสารเรืองแสง
1.5 กล้องจุลทรรศน์แบบอัลตราไวโอเล็ต (Ultraviolet Microscope)ใช้ศึกษาส่วนที่เป็น กรดนิวคลิอิคและโปรตีน

2. กล้องจุลทรรศน์ที่มีแหล่งกำเนิดให้เป็นลำอิเล็คตรอน
2.1 กล้องจุลทรรศน์อิเล็คตรอนแบบส่องผ่าน (Transmission Electron Microscope) ใช้ศึกษาโครงสร้างหรือองค์ประกอบของเซลล์และเนื้อเยื่อ ในระดับโมเลกุล ใช้ตัวย่อ TEM

2.2 กล้องจุลทรรศน์อิเล็คตรอนแบบส่องกราด ( Scaning Electron Microscope) ใช้ศึกษาโครงสร้างหรือองค์ประกอบของเซลล์และเนื้อเยื่อ โดยทำให้องค์ประกอบต่าง ๆ ที่ศึกษามีความเข้มของเงาต่างกันไป



อุปกรณ์ กล้องจุลทรรศน์ที่ใช้สำหรับการส่องขยายวัตถุหรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องประดับขนาดเล็ก ใบไม้ แมลงต่างๆ จุลินทรีย์ เซลล์เม็ดเลือด เซลล์ของสิ่งมีชีวิต หรือพยาธิชนิดต่างๆ กล้องจุลทรรศน์จึงถูกนำมาใช้ในห้องปฏิบัติการทดลอง ใช้เป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนสำหรับนักเรียนนักศึกษา และใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องประดับ เพื่อตรวจสอบวัตถุชิ้นงาน การเลือกใช้กล้องจุลทรรศน์ที่ดีควรเลือกกล้องที่ประสิทธิภาพเหมาะสมกับการใช้งานเพื่อที่จะสามารถปรับโฟกัสการขยายวัตถุให้มองเห็นผ่านเลนส์ได้อย่างละเอียดและแม่นยำสูง

Cr. ข่าวจาก http://www.ipecp.ac.th/,ไทยรัฐ

Sunday, September 3, 2023

ผ่าตัดกระดูกสันหลัง ผ่าน กล้องไมโครสโคป



 การผ่าตัดผ่านกล้องจุลทรรศน์ (Microscopic) ด้วย กล้องไมโครสโคป ที่มีกำลังขยายมากกว่าปกติ 20–100 เท่า ทำให้ศัลยแพทย์มองเห็นรายละเอียด เส้นประสาท ที่ต้องการแก้ไขได้ชัดเจน  คอยเตือนแพทย์หากแตะโดนเส้นประสาท ป้องกันเส้นประสาทบาดเจ็บขณะผ่าตัด ....


 

 

หากมีอาการปวดหลังเพียงไม่นานแล้วหายได้จากการดูแลรักษาตัวเองด้วยวิธีการต่างๆ ก็คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ถ้ามีอาการปวดหลังเรื้อรังติดต่อกันเป็นเวลานานและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จากการเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทและโพรงประสาทตีบแคบทับเส้นประสาท การผ่าตัดผ่านกล้องจุลทรรศน์ (Microscopic) ไมโครสโคป คือคำตอบที่ช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้ที่มีปัญหากระดูกสันหลังกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ หมดปัญหาความเจ็บปวดที่รบกวนการใช้ชีวิตในแต่ละวัน

ทำความรู้จัก กล้อง Microscope


ทำความรู้จัก กล้อง Microscope
Microscopic Discectomy / Foraminotomy คือ การผ่าตัดผ่านกล้องจุลทรรศน์ (Microscopic) ด้วย กล้องไมโครสโคป ที่มีกำลังขยายมากกว่าปกติ 20–100 เท่า ทำให้ศัลยแพทย์มองเห็นรายละเอียด เส้นประสาท และพยาธิสภาพที่ต้องการแก้ไขได้ชัดเจน มีการใช้เครื่องมือติดตามการทำงานของระบบประสาทขณะผ่าตัด (Intraoperative Monitoring : IOM) คอยเตือนแพทย์หากแตะโดนเส้นประสาท ป้องกันเส้นประสาทบาดเจ็บขณะผ่าตัด ช่วยให้สามารถผ่าตัดในจุดที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังทำงานร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพได้ราบรื่นจากการมองเห็นภาพเดียวกัน ทำให้ใช้เวลาผ่าตัดทั้งหมดสั้นลง แผลมีขนาดเล็กประมาณ 2 เซนติเมตร เสียเลือดน้อย และฟื้นตัวได้เร็ว


สัญญาณเตือนอาจต้องผ่าตัดผ่าน กล้องฯ
*ชา กล้ามเนื้ออ่อนแรงรุนแรงและรวดเร็ว
*ปวดรุนแรงจนไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
*ไม่หายขาดหลังรักษาแบบไม่ผ่าตัดนาน 3–6 เดือน
*ไม่สามารถควบคุมการทำงานของระบบปัสสาวะและอุจจาระได้

ผู้ป่วยที่เหมาะกับผ่าตัดผ่าน กล้อง Microscopic Discectomy
*ผู้ป่วยโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
*ผู้ป่วยโพรงประสาทตีบแคบทับเส้นประสาทจากภาวะเสื่อมของกระดูกสันหลัง ข้อต่อ และหมอนรองกระดูกสันหลัง


ข้อดีของ กล้อง Microscopic Discectomy
*ลดความเสียหายของกล้ามเนื้อและบริเวณเฉพาะที่
*ขณะผ่าตัดหากต้องการปรับเปลี่ยนแผนขยายช่องทางของเส้นประสาทสามารถทำได้ง่าย
*ลดอาการปวดและเวลาในการผ่าตัด
*พักฟื้นไม่นาน ฟื้นตัวได้เร็ว

การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด
ในช่วงพักฟื้นร่างกายหลังการผ่าตัดด้วย กล้องไมโครสโคป เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพราะนอกจากจะช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังผ่าตัดให้กลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้นแล้ว ยังเป็นการช่วยลดอาการอ่อนเพลีย และฟื้นฟูสภาพจิตใจ ให้กลับมาทำงานแบบสดใสอีกครั้ง ก่อนออกจากโรงพยาบาลจะต้องทำกิจกรรม เช่น นั่งและออกจากรถ ขึ้นลงจากเตียงได้สะดวกหลังผ่าตัด 2 สัปดาห์ เมื่อกลับถึงบ้านไม่ควรนั่งนานเกิน 60 นาทีในแต่ละครั้ง ไม่ยกของหนัก ไม่ทำกิจกรรมที่ใช้แรง หลังผ่าตัด 4 สัปดาห์ ต้องเริ่มโปรแกรมออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อท้องและหลัง


วินิจฉัยโดยแพทย์ก่อนการผ่าตัดฯ
ทั้งนี้การวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางด้วยการตรวจอย่างละเอียดและถูกต้องคือหัวใจสำคัญ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาแบบไม่ผ่าตัด โดยรับประทานยาและทำกายภาพเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งผู้ป่วยบางรายอาจหายขาดได้ แต่หากไม่หายและปวดรุนแรงจนส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตอาจมีความจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัดผ่าน กล้องจุลทรรศน์ (Microscope) กำลังขยายสูง ซึ่งศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล มีมาตรฐานสากลในการรักษาเฉพาะทางด้านโรคปวดหลังจาก JCI สหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยแพทย์เฉพาะทางและทีมสหสาขาวิชาชีพที่มากด้วยประสบการณ์ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วย


Cr.คมชัดลึก,โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล,ไวไฟ ไมโครสโคป,Phyathai Hospital

Wednesday, January 18, 2023

กล้องจุลทรรศน์ ผ่านเครือข่าย วินิจฉัย โรคมาลาเรีย ระยะไกล ได้ทันที

กล้องไมโครสโคป (Microscope)


กล้องจุลทรรศน์ ผ่านเครือข่าย วินิจฉัย โรคมาลาเรีย ระยะไกล ได้ทันที 


เทคโนโลยีและนวัตกรรม กล้องจุลทรรศน์เครือข่าย (Webcam microscope) เป็นนวัตกรรมจาก กล้องไมโครสโคป (Microscope) เชื่อมต่อกับ กล้องเครือข่าย ระยะไกล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัยมาลาเรียใน จ.แม่ฮ่องสอนโดย ดร.อังคณา แซ่เจ้ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักป้องกันควบคุมโรค จ.เชียงใหม่ กรมควบคุมโรค ที่เป็นการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาการตรวจวินิจฉัยในพื้นที่ ที่นักตรวจวินิจฉัยอาจยังไม่มีความชำนาญมากเพียงพอ โดยเป็นการพัฒนากล้องเครือข่าย (web camera) ที่มีคุณภาพสูงให้เชื่อมต่อกับกล้องจุลทรรศน์ที่ใช้แสดงภาพเชื้อมาลาเรียที่มีขนาดเล็ก เพื่อส่งภาพไปยังผู้ตรวจวินิจฉัยชำนาญการที่อาจอยู่ในพื้นที่อื่น

วัตถุประสงค์ของการพัฒนา นวัตกรรมกล้องจุลทรรศน์เครือข่าย (Webcam Microscope) เป็น กล้องไมโครสโคป (Microscope) ซูมให้เห็นกันชัดๆ 200 เท่า สามารถบันทึกเป็นวีดีโอ และบันทึกเป็นภาพนิ่งได้อย่างใจต้องการ ด้วยความละเอียดเลนส์กล้องถึง 2 ล้านพิกเซล ทำให้ภาพที่คุณถ่ายออกมาจากกล้องไมโครสโคปนั้นมีความชัดเชนง่ายในการสอดส่องชิ้นงาน แล้วส่งผ่านไปยังกล้องเครือข่าย ระยะไกล เพื่อลดระยะเวลาในการยืนยันการวินิจฉัยโรคได้ถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว และเพิ่มความมั่นใจกับบุคลากรในพื้นที่ทุรกันดาร โดยผู้ป่วยในรายที่สงสัยจะได้รับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องผ่านการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการดูเชื้อมาลาเรียด้วยระบบสารสนเทศ Web- Conference ทันทีแบบ live time
     
การขยายภาพในจอคอมพิวเตอร์แทนการส่องกล้องด้วยตาเปล่า ช่วยให้เกิดความแม่นยำนำไปสู่การวินิจฉัยโรคที่รวดเร็วยิ่งขึ้น และช่วยลดความเมื่อยล้าจากการส่องกล้องจุลทรรศน์เป็นเวลานานอันจะทำให้เกิดความผิดพลาดในการมองเห็นและวิเคราะห์ผลที่ผิดพลาดได้ โดยเป็นการพัฒนาตัวกล้องเครือข่ายให้อยู่ในวัตถุที่สามารถสวมลงไปที่เลนส์ใกล้ตาของกล้องจุลทรรศน์ได้โดยตรง นับเป็นการพัฒนาเครื่องมือตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ที่มีคุณภาพดี ราคาถูกและใช้งานได้ง่ายเหมาะกับนักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติการที่ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์เป็นเวลานานและสะดวกสำหรับนักปฏิบัติการที่มีอายุค่อนข้างมากด้วย” นักวิจัยระบุ

กลยุทธ์เทคโนโลยีและนวัตกรรม กล้องจุลทรรศน์เครือข่าย (Webcam microscope) ยำนำไปสู่การวินิจฉัยโรคที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ดังกล่าว ได้นำมาใช้ในการลดระยะเวลาในการยืนยันผลการตรวจวินิจฉัยมาลาเรีย โดยการประดิษฐ์ คิดค้นพัฒนานวัตกรรม กล้องจุลทรรศน์เครือข่าย (Webcam Microscope) ที่ดัดแปลงจากกล้องไมโครสโคปเพื่อเชื่อมต่อกล้องจุลทรรศน์กับคอมพิวเตอร์ มีความชัดเจนของภาพสำหรับเชื้อมาลาเรียที่มีขนาดเล็ก ใช้ง่าย  สะดวก (user-friendly)

กล้องจุลทรรศน์เครือข่าย (Webcam Microscope) ดังกล่าว มีโปรแกรมสำเร็จรูป ที่มีกล่องเครื่องมือ สัญลักษณ์ที่เข้าใจง่ายสำหรับผู้ใช้ มีความรวดเร็ว และราคาถูก เหมาะสมกับการใช้งานในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร สะดวกในการพกพา และทนกับการกระแทกพอสมควรโดยผู้ใช้สามารถถ่ายภาพเชื้อจากกล้องไมโครสโคป (Microscope)หรือกล้องจุลทรรศน์และใช้ส่งสัญญาณภาพจากกล้องจุลทรรศน์ผ่านระบบสารสนเทศถึงผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอยืนยันผลการวินิจฉัยโรคมาลาเรียได้ทันที ถึงแม้ว่า นวัตกรรมนี้จะไม่สามารถวัดผลกระทบในการลดโรคได้ในภาพรวมในระยะเวลาอันสั้น แต่อย่างน้อยก็ช่วยป้องกันไม่ไห้วินิจฉัยผิดพลาด ทั้งนี้เพียงมีผู้ป่วยมาลาเรีย 1 รายไม่เสียชีวิตด้วยโรคมาลาเรียก็คุ้มค่ากับสิ่งที่ลงทุนแล้ว

Cr.ผู้จัดการ

Wednesday, January 5, 2022

APP มือถือสมาร์ทโฟน เปลี่ยนเป็น กล้องจุลทรรศน์ เพื่อตรวจหา เชื้อโรคมาลาเรีย ในตัวอย่างเลือดผู้ป่วย ได้อย่างรวดเร็ว

กล้องไมโครสโคป (Microscope)


APP มือถือสมาร์ทโฟน เปลี่ยนเป็น กล้องจุลทรรศน์ เพื่อตรวจหา เชื้อโรคมาลาเรีย ในตัวอย่างเลือดผู้ป่วย ได้อย่างรวดเร็ว


การตรวจพบว่าป่วยด้วยมาลาเรียแต่เนิ่นๆ มีความสำคัญมากต่อประสิทธิภาพของการบำบัดรักษา องค์การอนามัยโลกรายงานว่ามีคนเสียชีวิตจากมาลาเรียเกือบหกแสนคนในปีที่ผ่าน ๆ มา ทำให้โรคที่ยุงเป็นพาหะขนิดนี้กลายเป็นโรคที่ร้ายแรงมากที่สุดโลกหนึ่งบนโลกนี้และผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเด็กเล็ก แต่เนื่องจากอาการเแรกเริ่มของมาลาเรียคล้ายกับอาการป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ นักพยาธิวิทยาจำเป็นต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ในการตรวจหาเชื้อโรคในตัวอย่างเลือดของคนขื้น เพื่อให้ได้การวินิจฉัยโรคจาก กล้องไมโครสโคป (Microscope) อย่างถูกต้อง

ทีมนักวิทยาศาสตร์ในประเทศอังกฤษได้พัฒนาโปรแกรมสำหรับโทรศัพท์มือถือที่เรียกว่า Xrapid ที่ช่วยให้โทรศัพท์มือถือกลายเป็น กล้องไมโครสโคป (Microscope) ที่่กลายมาเป็นกล้องจุลทรรศน์ที่มีแรงขยายที่ 200 ซูมให้เห็นกันชัดๆ 200 เท่า ช่วยให้นักพยาธิวิทยาตรวจหาตัวเชื้อมาลาเรียในตัวอย่างเลือดของคนไข้ได้อย่างรวดเร็ว พัฒนาโดย คุณ Jean Viry-Babel ประธานบริหารของบริษัท IanXen ที่พัฒนาโปรแกรมโทรศัพท์มือถือตัวนี้กล่าวว่าโปรแกรม APP นี้ราคาถูกและใช้งานสะดวกทุกที่

คุณ Jean Viry-Babel ประธานบริหารของบริษัท IanXen  กล่าวว่าทีมนักวิจัยถ่ายภาพตัวอย่างเลือด ให้มีระดับความละเอียดของภาพสูง นักวิจัยทำการแยกเซลล์เม็ดเลือดแดงออกจากเซลล์เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด หลังจากนั้นจะเริ่มวิเคราะห์เซลล์เม็ดเลือดแดงทีละตัวจาก กล้องไมโครสโคป (Microscope) โดยเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือกลายเป็นกล้องจุลทรรศน์ที่มีแรงขยายที่ 200 ช่วยให้นักพยาธิวิทยาตรวจหาตัวเชื้อมาลาเรียในเลือดได้อย่างรวดเร็ว ทีมนักวิจัยในประเทศอังกฤษ ยังวางแผนที่จะพัฒนาให้  APP โทรศัพท์มือถือตัวใหม่นี้สามารถวินิจฉัยวัณโรคและโรค Lyme Disease ได้ด้วยในอนาคต

คุณ Viry-Babel ชี้ว่าโปรแกรม App นี้ราคาถูก ใช้งานง่ายและได้ผลที่น่าเชื่อถือได้เกือบ 98 เปอร์เซ็นต์ และต้องใช้จานแก้วห้องทดลองที่เรียกว่า slate เป็นอุปกรณ์เพิ่มเติมเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น เขากล่าวว่าปุ่มบังคับก็มีเพียงแค่ปุ่มกดที่เรียกว่าปุ่ม diagnose เท่านั้น ผู้ใช้เพียงใส่ตัวอย่างเลือดแห้งบน slate แล้วกดปุ่ม diagnose ปุ่มนี้ และโปรแกรมก็จะแจ้งผลการตรวจว่าเป็นมาลาเรียหรือไม่ ทีมนักวิจัยชี้ว่ากำลังนำอุปกรณ์ไปทดสอบภาคสนามและจะสิ้นสุดในเดือนกุมภาพันธ์ โดยดำเนินการในประเทศแทนซาเนีย เบนินและอินโดนีเซีย ในขณะที่วางแผนจะนำออกมาให้ใช้กันได้ทั่วไปในราวปลายเดือนมีนาคม

Cr.Voice of Ameria

Sunday, January 7, 2018

นักวิจัยหญิง ประเทศพม่า

นักวิจัยหญิง ประเทศพม่า

นักวิจัยหญิง ประเทศพม่า


กล้องจุลทรรศน์ เป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยในการค้นคว้าวิจัยต่าง ๆ นำได้นำไปใช้ในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มากกมาย อาทิเช่น หลายคนนำไปส่องปรสิต เกสรดอกไม้ เซลล์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งนำกล้องจุลทรรศน์ไปส่องอัญมณี ถ่ายภาพส่งให้ผู้เชี่ยวชาญดูว่าเป็นของปลอมหรือไม่ ผู้เลี้ยงกุ้งนำ กล้องจุลทรรศน์ ไปส่องถ่ายภาพแล้วส่งให้สัตวแพทย์ดูว่ากุ้งของเขาเป็นโรคหรือไม่ หรือนำกล้องจุลทรรศน์งานวิจัยเปลือกกุ้งเหลือทิ้งจาก นักวิจัยชาวพม่าที่มีผลงานโดดเด่นช่วยให้เกษตรกรชาวพม่าได้รับประโยชน์มากมายจากผลการวิจัยนี้ แต่หากรู้ไหมว่า นักวิจัยชาวพม่ากลับมีสัดส่วนเป็นนักวิจัยหญิงเกินกว่าครึ่งของนักวิจัยชาย

สัดส่วนนักวิจัยหญิงและชาย
ส่วนหนึ่งของรายงานขององค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เกี่ยวกับผู้หญิงในวงการวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ระบุว่าหลายประเทศมีสัดส่วนนักวิจัยผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยประเทศที่โดดเด่นอย่างมากในเอเชียคือ เมียนมา ซึ่งมีสัดส่วนนักวิจัยเป็นผู้หญิง 85.5% ถือว่าสูงสุดในเอเชีย ขณะที่สัดส่วนทั่วโลกมีไม่ถึง 30% เมียนมาเป็นแบบอย่างของความเท่าเทียมทางเพศในวงการวิทยาศาสตร์หรือไม่ ?

อาจารย์มหาวิทยาลัย ประเทศพม่า
จากการเปิดเผย ยูเนสโกเองยอมรับว่าจริง ๆ แล้วตัวเลขอาจจะไม่สูงถึงขนาดนั้น แม้ว่าตัวเลขจริงอาจไม่สูงถึง 85.5% แต่ก็ดูเหมือนว่านักวิจัยส่วนใหญ่ในเมียนมาเป็นผู้หญิง เพราะข้อมูลที่ใช้เป็นพื้นฐานในการจัดทำรายงานนั้นได้มาจากข้อมูลที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเมียนมา รวบรวมขึ้นเมื่อปี 2002 และมหาวิทยาลัยของเมียนมาหลายแห่งอาจนับรวมอาจารย์ผู้สอนทุกคน ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ทำงานวิจัย

ผลวิจัยด้วย กล้องจุลทรรศน์ นักวิจัยหญิง
จากการตรวจสอบจำนวนเจ้าหน้าที่ด้านวิทยาศาสตร์ประจำมหาวิทยาลัยย่างกุ้งในปี 2013 พบว่าในจำนวนผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์และรองศาสตราจารย์ 45 คน ในจำนวนนี้ 31 คน เป็นผู้หญิง หนึ่งในนั้นเป็นนักวิจัยหญิง ดร. ทาซิน ฮาน เป็นหัวหน้างานวิจัยอาหารที่กรมวิจัยและนวัตกรรมของรัฐบาลเมียนมา ดร. ทาซิน ฮาน เล่าถึงผลงานวิจัยผ่าน กล้องจุลทรรศน์ ของเธอเกี่ยวกับการใช้เปลือกกุ้งเหลือทิ้งเพื่อนำมาทำเป็นปุ๋ยว่า ผลงานนี้มีประโยชน์ต่อเกษตรกรของเรามา ถือเป็นงานวิจัยที่ให้ผลคุ้มค่ามากที่สุดสำหรับประเทศพม่า เธอกล่าว

งานวิจัย ถูกทอดทิ้ง
ดร. ฮาน หัวหน้างานวิจัยอาหารที่กรมวิจัยและนวัตกรรมของรัฐบาลเมียนมา กล่าวว่าศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญในสายงานเดียวกับเธอ ทุก ๆ 9 ใน 10 คน เป็นผู้หญิง แต่พวกเธอก็ไม่ต่างจากนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ในเมียนมาที่เป็นพนักงานของรัฐ นั่นหมายความว่า งานที่ทำไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่สูงนัก จากสภาพเศรษฐกิจของเมียนมาทำให้ผู้ชายจำต้องทำงานหาเงินเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว จึงไม่ค่อยสนใจทำงานวิจัย ดร. ฮาน กล่าว

รายได้ นักวิจัย ชาวพม่า
ด้วยเงินเดือนของเธอ ซึ่งเป็นระดับบริหาร อยู่ที่ประมาณ 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน (หรือประมาณ 10,500 บาท) เธอบอกว่าเงินเดือนจำนวนนี้ไม่เพียงพอจุนเจือครอบครัว ดังนั้นผู้ชายจึงไม่เลือกที่จะทำอาชีพนี้แต่จะหางานทำที่ให้มีรายได้มากกว่านักวิจัย นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ของทางการเมียนมา ยังคงเผชิญความท้าทายอีกหลายอย่าง รวมถึงการขาดแคลนทรัพยากร อุปกรณ์ด้านงานวิจัย เช่น กล้องจุลทรรศน์ ฯลฯ และความเสี่ยงที่จะถูกโอนย้ายไปประจำที่มหาวิทยาลัยซึ่งไม่มีแผนกวิจัย

ความภูมิใจ นักวิจัย ชาวพม่า
ดร. ฮาน หัวหน้างานวิจัยอาหารที่กรมวิจัยและนวัตกรรมของรัฐบาลเมียนมา ก็เคยถูกย้ายไปประจำที่มหาวิทยาลัยในเมืองที่อยู่ห่างไกล โดยไม่มีแผนกวิจัยเป็นเวลา 6 ปี และเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เธอเพิ่งถูกย้ายมาประจำในหน่วยงานที่เธอสามารถทำงานวิจัยได้อีกครั้ง เราได้กลับมามีชีวิตที่มีความสุขอีกครั้งจากงานวิจัยที่เธอถนัด เธอกล่าวด้วยความภูมิใจและรอยยิ้มแห่งความสุข

Cr.BBC,ครอบครัวข่าว

ผ่าตัดแผลเล็ก ผ่าน กล้องจุลทรรศน์

ผ่าตัดแผลเล็ก ผ่าน กล้องจุลทรรศน์

 ผ่าตัดแผลเล็ก ผ่าน กล้องจุลทรรศน์


ในอดีตหากพูดถึงการรักษาด้วยการผ่าตัด หลายคนคงรู้สึกว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย และอดไม่ได้ที่จะเกิดความวิตกกังวลไปต่างๆ นานา ไหนจะกลัวเจ็บ แล้วยังต้องเสี่ยงกับผลลัพธ์และภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดอีกต่างหาก จึงไม่แปลกที่คนไข้หลายรายจะปฏิเสธการรักษาด้วยการผ่าตัดแล้วหันไปพึ่งวิธีอื่นแทน แต่ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ได้รับการพัฒนาจนสามารถคิดค้นการผ่าตัดแผลเล็ก ด้วยนวัตกรรมการผ่าตัดส่องกล้องหรือผ่าตัดผ่าน กล้องจุลทรรศน์ ขึ้นมา คุณจะรู้ว่า การผ่าตัดแผลเล็ก นั้นไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไปแล้ว

สถาบัน MMI & ล่ำหน้าเครื่องมือแพทย์
สถาบัน MMI (Medical Microinstruments S.r.l.) ก่อตั้งในปี 2558 และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองกาลชี จังหวัดปิซา ประเทศอิตาลี ทีมงานวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์สำหรับการผ่าตัดส่องกล้องหรือผ่าตัดผ่านกล้องจุลทรรศน์ให้ง่ายขึ้น ด้วยอุปกรณ์แขนกลหุ่นยนต์จิ๋วเหมาะสำหรับเหล่าศัลยแพทย์ทั่วโลก สามารถทำการผ่าตัดส่องกล้องด้วยกระบวนการที่ทันสมัยขึ้นได้ ขณะเดียวกันก็ช่วยลดต้นทุนการผ่าตัดเล็ก ๆ สำหรับผู้ป่วย โรงพยาบาล และค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยอีกทางหนึ่ง

หุ่นยนต์แขนกลจิ๋ว
สถาบัน MMI (Medical Microinstruments S.r.l.) ผู้พัฒนาโซลูชั่นหุ่นยนต์ทีมาพร้อมแขนกลจิ๋วสุดล้ำเพื่อทลายข้อจำกัดในวงการแพทย์ ประกาศเปิดตัวหุ่นยนต์แขนกลจิ๋วที่คิดค้นขึ้นเป็นพิเศษสำหรับการทำการศัลยกรรมผ่าตัดผ่าน กล้องจุลทรรศน์ ซึ่งเปิดโอกาสให้ศัลยแพทย์สามารถควบคุมอุปกรณ์หุ่นยนต์แขนกลจิ๋วขนาดเล็กๆ 2 แขนมองเห็นผ่านกล้องจุลทรรศน์ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการผ่าตัดแผลเล็กเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บจากบาดแผล เช่นเดียวกับการผ่าตัดเนื้องอกในเนื้อเยื่ออ่อนและกระดูก ทั้งยังมีศักยภาพในการเพิ่มอัตราความสำเร็จในการผ่าตัดแผลเล็กและผลลัพธ์ดีเลิศในการรักษาผู้ป่วยอีกด้วย

ผ่าตัดส่อง กล้องจุลทรรศน์
อุปกรณ์ทางการแพทย์ของสถาบัน MMI กล้องจุลทรรศน์มาพร้อมกับหุ่นยนต์แขนกลจิ๋วที่เล็กที่สุดด้วยขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอกเพียง 3 มิลลิเมตร และมีปลายที่เล็กเพียง 150 ไมครอน แขนกลจิ๋วนี้เป็นกุญแจสำคัญในการทำการผ่าตัดแผลเล็กด้วยหุ่นยนต์ทางคลินิกทีปลอดภัยและแม่นยำ และเปิดโอกาสให้สามารถควบคุมการเย็บแผลขนาดเล็กตั้งแต่ 9-0 ไปจนถึง 12-0 ผ่านกล้องจุลทรรศน์ได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ศัลยแพทย์ใช้อุปกรณ์จุลศัลยกรรมหรือหุ่นยนต์แขนกลจิ๋วนี้ขณะที่นั่งอยู่ข้างเตียงผ่าตัดและมองการผ่าตัดผ่านกล้องจุลทรรศน์ โดยหุ่นยนต์แขนกลจิ๋วจะจับการเคลื่อนไหวของมือศัลยแพทย์ ขณะเดียวกันแขนกลก็จะเคลื่อนไหวตาม

ผ่าตัดต่อเส้นเลือดแดงผ่านกล้อง
ศาสตราจารย์ Marco Innocenti หัวหน้าแผนกจุลศัลยกรรมตกแต่ง โรงพยาบาล Careggi University Hospital ในเมืองฟลอเรนซ์ ได้นำเสนอผลงานการผ่าตัดส่องกล้องหรือผ่าตัดผ่านกล้องกล้องจุลทรรศน์ด้วยหุ่นยนต์แขนกลจิ๋วของสถาบัน MMI ซึ่งรวมถึงหุ่นยนต์ผ่าตัดต่อเส้นเลือดแดงขนาด 0.35 มม. ณ การประชุม Congress of World Society for Reconstructive Microsurgery ครั้งที่ 9 ในกรุงโซลของเกาหลีใต้

อนาคต ความก้าวหน้า จุลศัลยกรรม
โดยเขากล่าวว่า หุ่นยนต์ของสถาบัน MMI จะขับเคลื่อนวงการจุลศัลยกรรมไปข้างหน้า เหนือขีดความสามารถของมือมนุษย์ ดังนั้นจึงเปิดโอกาสให้เหล่าศัลยแพทย์จำนวนมากสามารถทำการผ่าตัดที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้นได้ และยังเปิดโอกาสในการผ่าตัดระดับซูเปอร์ไมโครเซอร์เจอรี เช่น การเสริมสร้างน้ำเหลือง ให้กับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่าด้วย เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ที่ช่วยแผลผ่าตัดมีขนาดเล็กลง ลดอาการเจ็บแผล และใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดแผล ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น

Cr.กรุงเทพธุรกิจ

ห้องเรียนอัจฉริยะ

ห้องเรียนอัจฉริยะ

ห้องเรียนอัจฉริยะ


“ห้องเรียนอัจฉริยะ”(Smart Classroom) ด้วยแนวคิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใกล้ตัวราคาถูกและเข้าถึงง่ายให้เกิดประโยชน์กับการเรียนการสอน นำร่องด้วยการเปลี่ยนสมาร์ทโฟน (Smart Phone)ในมือเด็กนักเรียนให้เป็น  กล้องจุลทรรศน์ (Microscope) เด็กแทบทุกคนใช้สมาร์ทโฟน (Smart Phone) และเทรนด์เทคโนโลยีก็ทำให้อุปกรณ์เหล่านี้มีราคาถูกและเข้าถึงง่าย กล้องจิ๋วบนมือถือสามารถนำไปเป็นสื่อการสอนที่ทรงประสิทธิภาพ ถือเป็นวิวัฒนาการที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้ ศ.สุพจน์ หารหนองบัว นายกสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์กล่าว

สิ่งประดิษฐ์ เลนส์ขยาย ต้นทุนต่ำ
เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท บวกกับหน่วยปฏิบัติการวิจัยอุปกรณ์รับรู้ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับทุนจากสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT ในการพัฒนาเลนส์ขยายส่องอัญมณีจึงเกิดแนวคิดที่จะต่อยอดสู่สื่อการเรียนการสอนที่ก้าวไปอีกขั้น และกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom)ต้นทุนต่ำ ที่เน้นการเรียนเชิงปฏิบัติการในทุกสาระวิชาสำหรับชั้นประถมปลายถึงมัธยมต้น  เราสามารถผลิตเลนส์ขยายที่เปลี่ยนกล้องจิ๋วในโทรศัพท์มือถือเป็น กล้องไมโครสโคป (Microscope) กำลังขยาย 10x-300x ต้นทุนเพียง 1 บาท ข้อได้เปรียบตรงนี้ทำให้สามารถใช้กล้องจุลทรรศน์เป็นเครื่องมือหลักสำหรับห้องเรียนอัจฉริยะ ที่มีอุปกรณ์เพียง 6 ชนิด รศ.สนอง เอกสิทธิ์ หน่วยปฏิบัติการวิจัยอุปกรณ์รับรู้ กล่าว

อุปกรณ์ใน ห้องเรียนอัจฉริยะ
ห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom)แบ่งเป็น 3 ขนาดตามจำนวนผู้เรียนคือ ขนาดเล็กรองรับนักเรียน 15-20 คน ราคา 2 แสนบาท, ขนาดกลาง 20-30 คน ราคา3 แสนบาท และขนาดใหญ่ 30-40 คน ราคา 4 แสนบาท โดยมีอุปกรณ์ 6 ชนิดได้แก่ สมาร์ททีวี (Smart TV) ที่สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายกับแท็บเล็ต (Tablet)หรือสมาร์ทโฟน (Smart Phone) ผ่าน Screen Mirroring Function เพื่อใช้สอน สาธิต หรือเชื่อมต่อผลงานของนักเรียน, แทบเล็ตสำหรับครูผู้สอน, สมาร์ทโฟน (Smart Phone)หรือแท็บเล็ต (Tablet) 10-30 เครื่องสำหรับนักเรียนใช้ในและนอกห้องเรียน, อินเทอร์เน็ตซิม, ฮาร์ดดิสท์เก็บข้อมูลพร้อมคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทเลนส์ (Smart Lens) เลนส์ขยาย

เรียนรู้วิทยาศาสตร์ ด้วย กล้องจุลทรรศน์ แบบง่าย ๆ
“เราเปลี่ยนสมาร์ทโฟน (Smart Phone) เป็น กล้องไมโครสโคป (Microscope) เคลื่อนที่ เทียบได้กับ กล้องจุลทรรศน์ (Microscope)กำลังขยายปานกลาง ให้นักเรียนสนุกกับการถ่ายรูป บันทึกวีดิโอ เสียง ส่งต่อข้อมูล สร้างบทเรียน โครงงานหรือนวัตกรรมการเรียนรู้ด้วยกล้องจุลทรรศน์ (Microscope)รูปแบบใหม่ให้กับวิทยาศาสตร์ รูปแบบของห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom)ไม่เน้นโครงสร้างของห้องเรียน แต่เน้นรูปแบบการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ด้วยอุปกรณ์การสอนน้อยที่สุดแต่กระตุ้นให้เด็กสนใจและกระตือรือร้นที่จะเรียนมากที่สุด ” รศ.สนอง กล่าว

ทีมพัฒนาใช้วิธีการอบรมครูที่สนใจเกี่ยวกับวิธีการใช้อุปกรณ์ กล้องจุลทรรศน์ (Microscope) รวมถึงการพัฒนาสื่อการสอนรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์การเรียนของเด็กในวิชา ชั้นปีและพื้นที่นั้นๆขณะเดียวกัน คณะวิทย์ จุฬาฯ ก็ร่วมพัฒนาชุดการสอนเบื้องต้นประมาณ 10 ชุด เช่น Frozen เป็นการเรียนรู้ว่า แม่คะนิ้งเกิดได้อย่างไร

พัฒนาเด็กไทย เรียนรู้ผ่าน ห้องเรียนอัจฉริยะ
รศ.สนอง เราเชื่อว่า ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์มีศักยภาพพอที่จะสร้างสรรค์สื่อการสอนใหม่ๆ มากระตุ้นความสนใจเด็ก เช่นเดียวกับที่สามารถนำสื่อการสอนนั้นเผยแพร่ให้สาธารณะ ยกตัวอย่างโครงงานที่กำลังพัฒนาร่วมกับคณะครุศาสตร์ โดยให้เด็กใช้สมาร์ทเลนส์ (Smart Lens) เลนส์ขยายส่องธนบัตรดูรายละเอียดที่สื่อถึงประเทศนั้นๆ เช่น ผลไม้ประจำชาติ บุคคลสำคัญหรือสิ่งสำคัญในประวัติศาสตร์ อีกทั้งให้เด็กหาข้อมูลเพิ่ม ถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ ทำรายงานอิเล็กทรอนิกส์ส่งครู

เราต้องการเปลี่ยนแนวคิดที่เด็กเรียนแบบเป็นผู้เสพ รับสิ่งที่ครูสอน ไปสู่การเป็นผู้สร้าง ให้เด็กได้เรียนรู้และคิดที่จะพัฒนาสิ่งใหม่ ซึ่งวิทยาศาสตร์และระบบการเรียนที่ดีจะเป็นตัวกระตุ้นความสนใจ เปิดโอกาสให้คิดและทำสิ่งใหม่ได้ ทั้งนี้ หากโรงเรียนที่มีความพร้อม แต่สนใจจะมีห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom) ก็สามารถติดต่อมาได้ นอกจากนี้ทางสมาคมฯจะสร้างห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom)ต้นทุนต่ำ 60 ห้อง มอบให้โรงเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยแห่งแรกมอบให้กับโรงเรียนวัดสิงห์ จ.ชัยนาท นายกสมาคมฯ กล่าว

Cr.กรุงเทพธุรกิจ

สมาร์ทโฟน ตรวจสเปิร์ม ได้แล้ว

สมาร์ทโฟน ตรวจสเปิร์ม ได้แล้ว 


สมาร์ทโฟน ตรวจสเปิร์ม ได้แล้ว


คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสมาร์ทโฟนและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีปัจจุบัน ก้าวไกลไม่น้อยเลยทีเดียว มักจะมีงานวิจัยเรื่องราวใหม่ๆ มาให้แปลกใจถึงความสุดยอดของ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ อย่างที่งานวิจัยนี้ทีสหรัฐอเมริกา นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮูสตัน (University of Houston) ออกแบบเลนส์ขยายกล้องจุลทรรศน์หรือ กล้องไมโครสโคป (Microscope)ที่สามารถใช้ได้กับสมาร์ทโฟนเกือบทุกรุ่นทุกค่าย มีกำลังขยายภาพสูงถึง 120 เท่าที่เดียว ต้นทุนการผลิตถูกมากเพียงสามเซนต์หรือประมาณ 1 บาทเท่านั้น นักวิจัยกล่าวว่าเลนส์ขยายดังกล่าวใช้งานง่ายๆ ติดตั้งโดยตรงกับเลนส์ของสมาร์ทโฟน(SmartPhone)โดยไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสริมใดๆ เลนส์ขยายกล้องไมโครสโคป (Microscope) นี้เหมาะสำหรับนักเรียน นักวิจัยหรือแพทย์ในพื้นที่ที่ห่างไกลและยากไร้เครื่องมือทันสมัย เลนส์อุปกรณ์นี้มีประโยชน์ทางการแพทย์และสาธารณสุข ช่วยคลินิกขนาดเล็กที่ยู่ห่างไกลตัวเมืองสามารถแชร์ภาพที่ได้กับผู้เชี่ยวชาญในที่อื่นๆได้

ปกติเลนส์มาตรฐานทั่วๆไปผลิตจากแก้วขัดหรือพลาสติกหล่อแบบเพื่อให้ความยาวโฟกัสเฉพาะและขยายภาพได้ แต่เลนส์ขยายใหม่นี้ของมหาวิทยาลัยฮูสตันมีส่วนประกอบเป็นโพลิเมอร์ที่รู้จักกันในนาม “โพลิไดเมทิลไซลอกเซน” (Polydimethylsiloxane หรือ PDMS) ความนุ่มคล้ายคอนแทคเลนส์  นายเหวย-ชวนฉือ (Wei-Chuan Shih) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยฮูสตัน ผู้ค้นพบเลนส์ขยายชนิดใหม่โดยบังเอิญ อธิบายเพิ่มเติมว่า ระหว่างมีการทดลองเทคโนโลยีแสงชีวภาพหรือนาโนไบโอโฟโทนิกส์ และนาโนฟลูอิดิกส์ บังเอิญทำวัสดุบางอย่างหยดลงไปในเครื่องกวนสารแบบให้ความร้อน และได้สังเกตเห็นปฏิกิริยาที่เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของวัตถุจึงได้นำวิธีการดังกล่าวมาใช้ผลิตเลนส์ขยายนี้

ก่อนหน้านี้ได้มีการพัฒนาเลนส์กล้องขยายของกล้องจุลทรรศน์หรือกล้องไมโครสโคป (Microscope) ติดลงบนสมาร์ทโฟน(SmartPhone)มาก่อน เลนส์ผลิตจากโพลีเมอร์กำลังขยายต่ำ ที่เรียกว่า “Micro Phone Lens” เมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้ เลนส์จากกล้องขยายชนิดใหม่ที่ผลิตได้ยังคล้ายกับผลงานของทีมงานนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียที่พัฒนาเลนส์ด้วยการผลิตจากโพลิไดเมทิลไซลอกเซนเช่นเดียวกัน แต่เลนส์ขยายใหม่นี้มีข้อได้เปรียบด้านการผลิตสามารถผลิตเป็นจำนวนมากได้ ทั้งยังมีต้นทุนค่าใช้จ่ายถูกกว่า ปัจจุบันเลนส์นี้ถูกผลิตด้วยมือจึงปรับคุณสมบัติตามความเหมาะสมได้คล้ายกับการพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท

ต่อยอดการพัฒนาเลนส์กล้องจุลทรรศน์หรือกล้องไมโครสโคป (Microscope) ด้วยทีมงานนักวิทยาศาตร์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย University of Illinois ชิคาโก้ สหรัฐอเมริกา ได้คิดค้นวิธีทำให้กล้องวีดีโอจิ๋วบนสมาร์ทโฟนและเลนส์กล้องจุลทรรศน์สามารถวิเคราะห์ตัวอย่างสเปิร์มได้ โดยทำงานร่วมกันกับแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาขึ้นเฉพาะ เพื่อประเมินและวิเคราะห์ รวมถึงมีข้อแนะนำเกี่ยวกับวิธีการอย่างไรที่จะช่วยทำให้ตัวสเปิร์มมีความแข็งแรง  นาย Yoshitomo Kobori หัวหน้าทีมผู้พัฒนาและวิจัยระบุว่าผู้ทดสอบต้องนำตัวสเปิร์มมาและทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที และจึงนำตัวอย่างตัวสเปิร์มวางบนแผ่นพลาสติกจากนั้นใช้กล้องจิ๋วสมาร์ทโฟนที่ติดกล้องจุลทรรศน์มาเป็นกล้องขยายส่องเพื่อดูคุณภาพของตัวสเปิร์ม หรือหากไม่แน่ใจก็สามารถใช้ กล้องวีดีโอจิ๋ว บนสมาร์ทโฟนบันทึกถ่ายวิดีโอแล้วนำไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งนาย Yoshitomo Kobori  บอกว่าแรงบันดาลใจ ในการนำเรื่องกล้องขยายหรือกล้องไมโครสโคป (Microscope)วิเคราะห์ตัวอย่างสเปิร์มนี้มาพัฒนาอย่างจริงจัง เนื่องจากผู้ชายในประเทศต้องพบเจอกับปัญหาสเปิร์มไม่แข็งแรงและอยากรู้ผลพร้อมคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ 

หัวหน้าทีมยังทิ้งท้ายอีกว่า วิธีดังกล่าวจะทำให้คุณผู้ชายมีความสบายใจในความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่คุณผู้ชายช่วงสูงวัยเท่านั้น ผู้ชายช่วงวัยรุ่นก็พบเจอปัญหานี้ได้เช่นกัน เกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์อย่าง "สเปิร์ม" แต่ทว่าหากจะต้องไปตรวจก็อาจเสียเวลา ไม่สบายใจ และเกิดความเขินอาย อย่างไรก็ดีกล้องจิ๋วบนสมาร์ทโฟนกับอุปกรณ์เสริมเลนส์กล้องจุลทรรศน์หรือกล้องไมโครสโคป (Microscope)ก็สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้ ทว่าอุปกรณ์นี้มีวางขายแค่เฉพาะประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ส่วนประเทศอื่นๆ คงต้องรอไปก่อนแต่จะมีวางจำหน่ายในอนาคตแน่ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของงานวิจัยเรื่องราวดี ๆ ที่นำมาเล่าสู่กันฟัง ว่าแทบไม่น่าเชื่อว่าสมาร์ทโฟนสามารถทำอะไรได้แค่โทรศัพท์มือถือเท่านั้น 

Cr.โลกวันนี้

กล้องจุลทรรศน์ รางวัลโนเบล

กล้องจุลทรรศน์ รางวัลโนเบล

กล้องจุลทรรศน์ รางวัลโนเบล


การประกาศรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปีนี้ มี 3 นักวิทยาศาสตร์จาก 3 ชาติ คว้ารางวัลร่วมกันจากการพัฒนากล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนที่ไขความลับทางเคมีในระดับโมเลกุล The Royal Swedish Academy of Sciences ตัดสินรางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปี 2017 แก่ Jacques Dubochet จาก University of Lausanne สวิตเซอร์แลนด์ Joachim Frank จาก Columbia University สหรัฐอเมริกา และ Richard Henderson จาก MRC Laboratory of Molecular Biology Cambridge สหราชอาณาจักร สำหรับการพัฒนา กล้องจุลทรรศน์ อิเล็กตรอน cryo-electron microscopy เพื่อใช้สำหรับแสดงโครงสร้างที่มีความละเอียดสูงของชีวโมเลกุลในสารละลาย

กล้องจุลทรรศน์ อิเล็กตรอน
ปัจจุบัน นักวิจัยสามารถทำให้ชีวโมเลกุลเคลื่อนที่ได้พอประมาณและเห็นขบวนการซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของการศึกษาเคมีชีวภาพของโลก ด้วยการพัฒนากล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ที่สามารถสร้างภาพของโมเลกุลที่กำลังเคลื่อนไหว นี่ถือเป็นนวัตกรรมที่นำพาโลกเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการศึกษาชีวเคมี ที่ทำให้สามารถสร้างภาพ 3 มิติของโมเลกุล ซึ่งทำให้เห็นกระบวนการเคมีของเซลล์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งช่วยทั้งการเข้าใจพื้นฐานทางเคมีของชีวิตและและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนายาและเวชภัณฑ์ในอนาคต

เทคโนโลยี กล้องจุลทรรศน์
กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (electron microscopy) เชื่อมาเป็นเวลานานว่าเหมาะเพียงให้ภาพสำหรับวัตถุไม่มีชีวิตเพราะว่าลำแสงอิเล็กตรอนที่ทรงพลังทำลายวัสดุทางชีววิทยา แต่ในปี 1990 Richard Henderson ประสบความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยี กล้องจุลทรรศน์ อิเล็กตรอนเพื่อสร้างภาพสามมิติของโปรตีนชนิดหนึ่งที่ความละเอียดระดับอะตอม ความสำเร็จครั้งนี้พิสูจน์ประสิทธิภาพของเทคโนโลยีนี้

กล้องจุลทรรศน์ สร้างภาพสามมิติ
Joachim Frank ทำให้เทคโนโลยีกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนนี้นักวิจัยสามารถประยุกต์ใช้ทั่วไป โดยระหว่างปี 1975 และ 1986 ได้พัฒนาวิธีการจัดการกับภาพซึ่งภาพสองมิติที่คลุมเครือของกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนได้รับการวิเคราะห์และรวมเข้าด้วยกันเพื่อทำให้ได้โครงสร้างสามมิติที่คมชัด

ภาพชีวโมเลกุล จาก กล้องจุลทรรศน์
Jacques Dubochet เติมน้ำไปยังกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน น้ำระเหยในสูญญากาศของกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ซึ่งทำให้ชีวโมเลกุลเสียหาย ในช่วงต้นของปี 1980 Dubochet ได้ทำให้น้ำเย็นอย่างรวดเร็วซึ่งทำให้น้ำอยู่ในรูปของเหลวรอบๆ สิ่งตัวอย่างชีวโมเลกุล ทำให้ชีวโมเลกุลนั้นคงรูปตามธรรมชาติแม้อยู่ในสูญญากาศ

รางวัลโนเบล สาขาเคมี 2017
หลังจากการค้นพบเหล่านี้ พื้นฐานของกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนได้รับการพัฒนาให้เหมาะสม ความละเอียดระดับอะตอมที่ต้องการทำสำเร็จในปี 2013 และปัจจุบันนักวิจัยสามารถผลิตโครงสร้างสามมิติของชีวโมเลกุลได้เป็นผลสำเร็จจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน นักวิทยาศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเคมีทั้ง 3 จะได้รับเงินรางวัล 1 ล้าน 1 แสนดอลลาร์ หรือราว 37 ล้าน 4 แสนบาท โดยจะมีการประกาศ รางวัลโนเบลสาขาเคมีปี 2017 เมือเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

Cr.สวทช,วีโอเอไทย

Thursday, January 19, 2017

INOA นวัตกรรมสีผม แห่งอนาคต ปราศจากแอมโมเนีย จาก นักวิจัยลอรีอัล

กล้องไมโครสโคป (Microscope)


INOA นวัตกรรมสีผม แห่งอนาคต ปราศจากแอมโมเนีย จาก นักวิจัยลอรีอัล



ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม INOA เป็นนวัตกรรมการเปลี่ยนสีผมแห่งอนาคตที่ปราศจากแอมโมเนีย ที่นักวิจัยลอรีอัล ได้ค้นพบระบบ ODS (Oil Delivery System) หรือระบบการส่งสารที่อุดมไปด้วยน้ำมัน เพื่อใช้สำหรับการเปลี่ยนสีผม เป็นระบบที่ช่วยทำให้สารต่างๆ ที่ใช้ในการเปลี่ยนสีผมเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ประกอบไปด้วยสารอัลคาไลน์ที่มีความเป็นด่าง โดยการผลักสารต่างๆเข้าไปในเส้นผมชั้นใน เพื่อปกป้องและดูแลเส้นผม ทำให้เกิดการเปลี่ยนสีผม ซึ่งระบบการทำงานดังกล่าว ก่อให้เกิดการทำงานของสารอัลคาไลน์ที่ใช้แทนสารแอมโมเนีย ทำให้การเปลี่ยนสีผมไม่มีกลิ่นฉุน ที่พิสูจน์ดูเส้นผมได้จาก เครื่อง AFM (Atomic Force Microscope) มาพร้อมกับ กล้องไมโครสโคป (Microscope) ซึ่งเป็นกล้องจุลทรรศน์ที่ใช้ตรวจสอบสภาพเส้นผมชั้นนอกสุด

นอกจากนี้ นักวิจัยของลอรีอัล ยังได้ค้นคว้าถึงวิธีการที่จะช่วยให้หนังศีรษะไม่เกิดปัญหาจากการเปลี่ยนสีผม โดยได้ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ และสูตรเฉพาะของ INOA ผสมผสานเนื้อครีม 3 ประการ ได้แก่ โอลีโอ เจล (Ol?o Gel) สกัดจากน้ำมัน ช่วยปกป้องหนังศีรษะ ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะแม้กับผู้ที่มีหนังศีรษะบอบบาง คัลเลอร์แรนท์ เจล (Colourant Gel) ประกอบไปด้วยสารอัคคาไลน์เอเจ่นต์ ที่มีความเป็นด่างและใช้แทนสารแอมโมเนีย ทำให้สีผมสว่าง ปราศจากกลิ่นฉุน และดีเวลลอปเปอร์ชนิดครีม (Cream Developer) เป็นครีมโกรกสีผม มีส่วนผสมสูตรเฉพาะ ซึ่งนอกเหนือจากไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์แล้ว ยังมี Ion?ne G ลิขสิทธิ์เฉพาะจากลอรีอัล โปรเฟสชั่นแนลเท่านั้น เป็นตัวทำปฏิกิริยากับส่วนสำคัญของเส้นผมชั้นใน ช่วยปกป้องเส้นผมและป้องกันการทำร้ายเกล็ดผม โดยส่วนประกอบทั้งสามตัวนี้ ไม่เคยมีมาก่อนในครีมเปลี่ยนสีผม

ทั้งนี้ได้มีการตรวจสอบประสิทธิภาพของเส้นผมชั้นในและผิวเส้นผม ด้วยเครื่อง AFM (Atomic Force Microscope) หรือชุด กล้องไมโครสโคป (Microscope) ซึ่งเป็นกล้องจุลทรรศน์ที่ใช้ตรวจสอบสภาพเส้นผมชั้นนอกสุด พบว่า ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม INOA เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูแลเส้นผมได้ดีกว่าผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมแบบเดิม ของลอรีอัล โปรเฟสชั่นแนล ถึง 45% เพราะมีน้ำมันเคลือบเส้นผมชั้นนอก และกรดอามิโนที่จำเป็นไม่ถูกทำลายไปจากผิวเส้นผมไปจนถึงเส้นผมชั้นใน

กว่า 100 ปี ที่ลอรีอัลได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมตลอดมา  ผลิตภัณฑ์ INOA เป็นนวัตกรรมล้ำหน้าที่ปราศจากสารแอมโนเนีย ปราศจากกลิ่นฉุน    ช่วยเพิ่มความสว่างให้กับเส้นผมได้ถึง 3 ระดับ เปลี่ยนสีผมให้เด่นชัดและปกปิดผมขาวได้อย่างแนบสนิท มีให้เลือก 44 เฉดสี 8 ประกาย ประกอบด้วย เฉดสีพื้นฐานธรรมชาติ เฉดสีทอง เฉดสีน้ำตาล เฉดสีแดงคอปเปอร์ เฉดสีมะฮอกกานี เฉดสีเบจ และเฉดสีหม่น สาวยุคใหม่ทันสมัย สามารถปฏิบัติการเปลี่ยนสีผมแบบมืออาชีพด้วย INOA ได้แล้ว ณ ร้านซาลอนชั้นนำที่มีเครื่องหมายลอรีอัล โปรเฟสชั่นแนล แล้วคุณจะไม่ผิดหวัง INOA คือหนึ่งในความภาคภูมิใจสูงสุด เพื่อปฏิวัติโลกแห่งการเปลี่ยนสีผม

Cr.RYT9 News

Wednesday, January 18, 2017

เนื่องใน วันกองทัพไทย ประจำปี 2560 กองทัพอากาศ จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อ ธงชัยเฉลิมพล

วันกองทัพไทย


เนื่องใน วันกองทัพไทย ประจำปี 2560 กองทัพอากาศ จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อ ธงชัยเฉลิมพล


เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2560 พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล  ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช ทั้งนี้มีกำลังพลที่เข้าร่วมการสวนสนาม และผู้เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้มีจำนวนกว่า 4,500 คน โดยสำหรับพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพล ในส่วนของกองทัพอากาศ ในครั้งนี้ได้จัดให้มีการสวนสนามของทหาร 5 กองพันได้แก่ กองพันนักเรียนนายเรืออากาศรักษาพระองค์ กองพันนักเรียนจ่าอากาศ กองพันทหารอากาศโยธินรักษาพระองค์ กองพันทหารต่อสู้อากาศยานรักษาพระองค์และกองพันปฏิบัติการพิเศษ

นอกจากนี้ นายทหารสัญญาบัตร นายทหารประทวน ทหารกองประจำการ ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนฯ ได้เข้ากระทำการปฏิญาณตนในพิธีครั้งนี้ด้วย ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่บุคคลซึ่งเข้ามารับราชการทหารจะต้องเข้าร่วมพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล จึงจะถือเป็นทหารที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง โดยมีแขกผู้มีเกียรติทั้งในและนอกกองทัพอากาศ รวมทั้งแขกต่างประเทศมาร่วมเป็นเกียรติในพิธีเนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2560

และมีพิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ กองบัญชาการกองทัพไทย พิธีบวงสรวงพระบรมรูปมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นมหาราช 9 พระองค์ พิธีถวายราชสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 พิธีวางพวงมาลาสักการะดวงวิญญาณนักรบไทย และพิธีบำเพ็ญกุศล ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ โดยกิจกรรมในวันนี้ ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ พล.อ. สุรพงษ์  สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในการจัดงานวันกองทัพไทย ประจำปี 2560 โดยมี ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีฯ

Cr.สนุก นิวส์

ถ่ายภาพ แมลงหวี่ขน ด้วย กล้องจุลทรรศน์ สวยงามชวนตะลึง

กล้องไมโครสโคป (Microscope)


ถ่ายภาพ แมลงหวี่ขน ด้วย กล้องจุลทรรศน์ สวยงามชวนตะลึง   

     
เมื่อกล่าวถึงกล้องจุลทรรศน์หลายๆท่านอาจไม่ค่อยจะได้ใช้ เนื่องจากไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับอะไรที่ต้องขยายให้เห็นรายละเอียด แต่ถ้าเราได้ลองใช้กล้องจุลทรรศน์แล้วเราจะเห็นสิ่งเล็ก ที่ขยายออกมาจนเราแทบไม่น่าเชื่อ เพื่อการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ อย่างกรณีของ คุณเคลวิน แมคเกนซี (Kevin Mackenzie) ทีถ่ายภาพแมลงหวี่ ด้วย กล้องไมโครสโคป (Microscope) หรือ กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด (scanning electron microscope) ของแมลงหวี่ขน ไซโคดิเด (Psychodidae) ก็สวยงามชวนตะลึง ซึ่งตัวเต็มไปด้วยขนปุกปุยและมีตารวมมากมาย ทำให้ภาพดังกล่าวคล้ายหลุดออกจากภาพยนตร์ไซไฟ

เคลวิน แมคเกนซี (Kevin Mackenzie) ช่างภาพผู้บันทึกภาพแมลงหวี่จาก กล้องไมโครสโคป (Microscope) และเป็นผู้จัดการของศูนย์อุปกรณ์กล้องจุลทรรศน์และวิทยาการเนื้อเยื่อ (Microscopy and Histology Core Facility) ของมหาวิทยาอะเบอร์ดีน (University of Aberdeen) สหราชอาณาจักร พบแมลงหวี่ตัวดังกล่าวเกาะอยู่บนผนังห้องครัวของเรา และด้วยความกระหายใคร่รู้อย่างนักวิทยาศาสตร์ทำให้เขายั้งมือจากการตบแมลงตัวนั้น ซึ่งเขาได้ให้สัมภาษณ์ว่าไม่เคยเห็นแมลงเช่นนี้มาก่อน ดังนั้น จึงอยากจะดูให้แน่ใจภายใต้ กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน

ในปัจจุบันที่มีกล้องดิจิตอลออกมาวางจำหน่ายมากมายหลายรุ่นหลายราคาตามศักยภาพ แล้วถ้าจะจับกล้องจุลทรรศน์ กับกล้องดิจิตอล นำกล้องทั้งสองประเภทมาชนกัน หลายๆท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องจับมาชนกัน ไม่กลัวว่ากล้องจะเสียเหรอ ก็ขอยืนยันว่าถ้าจับมาชนกันอย่างมีเทคนิคจะทำให้เราสามารถเก็บภาพสิ่งที่เรามองด้วยตาเปล่าไม่เห็น โดยเราสามารถบันทึกภาพเล็ก ๆ จากกล้องไมโครสโคป (Microscope) ได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวตามความต้องการ เพื่อเอาไปใช้ทางวิทยาศาสตร์ หรือ ไม่แน่อาจจะส่งประกวดจนได้รับรางวัลก็เป็นได้
           
เราก็สามารถนำภาพที่ได้ไปใช้ทำสื่อการเรียนการสอนให้กับนักเรียนหรือผู้ที่สนใจได้เรียนรู้ ซึ่งถ้ามีคนช่วยกันทำเยอะๆ ประเทศหรือโลกของเราก็จะได้มีสื่อการเรียนรู้สิ่งต่างๆที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นเยอะตามไปด้วยจริงหรือเปล่า เพิ่มศักยภาพการใช้เครื่องมือวิทย์ฯกับอุปกรณ์อิเลคทรอนิค สำหรับการบันทึกภาพก็ไม่ยาก แต่ต้องเป็นกล้องดิจิตอล ทำไมหนะเหรอ ก็เพราะว่ากล้องดิจิตอลมีเลนส์หน้ากล้องที่มีขนาดเล็กใกล้เคียงกับเลนส์ตาของกล้องจุลทรรศน์  นอกจากนั้นหากถ่ายแล้วไม่สวยเราก็สามารถลบทิ้งได้จริงหรือเปล่า ไม่ต้องเปลืองฟิล์มดีจังเลย
           
แต่เคยมีข่าวว่าข้อดีที่ถ่ายผิดหรือไม่สวยแล้วลบทิ้งง่ายกลายเป็นการสร้างนิสัยที่ว่าถ้าไม่ชอบก็เปลี่ยนหรือทิ้งง่ายๆด้วย เรื่องนี้ก็คิดว่าอาจมีผลบ้างไม่มากก็น้อยจริงหรือเปล่า เมื่อมีกล้องถ่ายรูปดิจิตอลแล้ว เราก็มาเตรียมกล้องไมโครสโคป (Microscope) หรือ กล้องจุลทรรศน์ให้พร้อมโดยนำตัวอย่างที่จะศึกษามาส่องดูจนกระทั่งเจอภาพที่เราต้องการ จากนั้นก็เปิดกล้องถ่ายรูปแต่ให้ปิดแฟล็ตในกรณีถ่ายภาพนิ่ง เพราะถ้าเราถ่ายแบบเปิดแฟล็ตแสงจะสะท้อนเข้ามาที่กล้องทำให้ภาพที่ได้มืดสนิทเลย  
         
ส่วนกรณีถ่ายภาพเคลื่อนไหวก็ให้เลือกโหมดถ่ายภาพวีดีโอจากนั้นก็กดบันทึกภาพตามความต้องการเลย(แต่ควรบันทึกเป็นช่วงๆระยะเวลาประมาณ 10-30 วินาที เพื่อนำไปทำสื่อจะได้ดูไม่ซ้ำภาพนานเกินไป) หากต้องถ่ายนานๆ  ขอแนะนำให้ใช้ขาตั้งกล้องมาช่วยถือแทนจะได้ไม่เมื่อยมือ เมื่อได้ภาพมาแล้ว ก็แล้วแต่ว่าจะนำไปตัดต่อเพิ่มเติมเนื้อหาหรือจะนำไปประกอบการบรรยายตามความถนัด หากมีข้อสงสัยประการใดสามารถสอบถามได้ที่นี่ wutt14@hotmail.com หรือ 0899778987 ลองฝึกดูเผื่อจะได้เป็นช่างภาพมืออาชีพเข้าสักวัน

Cr.Go to Know News,ผู้จัดการ,ว่าที่ ร.ต. วุฒิชัย สังข์พงษ์

องคมนตรี นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว ด้วยวัย 71 ปี ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จากอาการติดเชื้อในปอด

นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ


องคมนตรี นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว ด้วยวัย 71 ปี ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จากอาการติดเชื้อในปอด


นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว เช้าวันนี้ในวเลา 08.30 น. ในวัย 71 ปี สาเหตุเกิดจากอาการติดเชื้อในปอด  ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุดจาก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ว่า สาเหตุที่ นายชาญชัย ถึงแก่อสัญกรรม เพราะ อาการติดเชื้อในปอด นายชาญชัย ลิขิตจิตถะองคมนตรี  เกิดเมื่อวันที่  25 เมษายน พ.ศ. 2489  ปัจจุบันอายุ 71 ปี   เป็นผู้ที่มีบทบาทอย่างยิ่งในสังคมไทยทั้งวงการตุลาการและวงการการเมือง

เขาถือว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขวิฤตการเมืองในขณะนั้น ระหว่างที่นายชาญชัย ลิขิตจิตถะดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา โดยในวันที่ 28 เม.ย. เขาเป็นประธานการประชุมร่วมกับคณะตุลาการทั้งสามศาล (ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ) หาทางออกทางการเมืองหลังจากที่มีการร้องให้การเลือกตั้งวันที่ 2 เม.ย. 2559 เป็นโมฆะ และได้ข้อสรุป 3 ข้อจากการประชุมคือ  1.ศาลจะเร่งรัดพิจารณาพิพากษาคดีและดำเนินการในส่วนที่อยู่อำนาจหน้าที่ของแต่ละศาล ให้รวดเร็วทันต่อของความเร่งด่วนในแต่ปัญหาที่เกิดขึ้น, 2.การพิจารณา คดีความแต่ละศาล จะต้องใช้และตีความตัวบทกฎหมายเดียวกันนั้นต้องระมัดระวัง ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งนี้เพื่อป้องกันความขัดแย้งและสับสนของ ประชาชน และ 3.ในการดำเนินการของแต่ละศาลนั้นยังต้องยึดถือหลักความเป็นอิสระของศาล ตามเขตอำนาจแต่ละศาล

และนี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของ "ตุลาการภิวัฒน์" เมือคำวินิจฉัยทั้ง 3 ศาลมีคำสั่งให้ระงับการเลือก ตั้ง สส.ใน จ.ชุมพร,ตรัง,นครศรีธรรมราช,ปัตตานี,พังงา,พัทลุง,ภูเก็ต,สงขลา และสุราษฎร์ธานี รวม 9 จังหวัด 14 เขต ที่จะมีขึ้นในวันที่ 29เมษายน 2549 นี้เป็นการชั่วคราว  และที่สุดศาลรัฐธรรมนูญก็ตัดสินให้การเลือกตั้งวันที่ 2 เม.ย. เป็นโมฆะ  ต่อมาเมื่อเกิดการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 ก็มีข่าวว่าเขานายชาญชัย ลิขิตจิตถะได้รับทาบทามจากคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ที่สุด คปค. ก็ได้เลือกพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์เป็นนายกรัฐมนตรี และนายชาญชัยก็ได้รับการแต่งตั้งให้เห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม   และพ้นจากตำแหน่งในวันที่ 26 ก.พ. 2551

ประวัติโดยย่อของนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ  จบการศึกษามัธยมศึกษาจากโรงเรียนวัดทรงธรรมจบการศึกษา  ระดับอุดมศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา จบคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2512 จบเนติบัณฑิตไทย พ.ศ. 2514 ได้เริ่มทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ผู้พิพากษาประจำกระทรวง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงราย หัวหน้าศาลแขวงนครสวรรค์ หัวหน้าศาลจังหวัดชลบุรี หัวหน้าศาลประจำกระทรวง หัวหน้าศาลจังหวัดกระบี่ หัวหน้าศาลจังหวัดเพชรบุรี ผู้พิพากษาศาลแพ่ง หัวหน้าคณะในศาลแพ่ง ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษา หัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 3 รองอธิบดีศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ผู้พิพากษาศาลฎีกา หัวหน้าแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลอุทธรณ์ หัวหน้าคณะในศาลฎีกา ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 รองประธานศาลฎีกา และได้เป็นเป็นประธานศาลฎีกาในปี 2548  และเกษียณอายุในปี 2549

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งให้นายชาญชัย ลิขิตจิตถะเป็นองคมนตรี ในวันที่ 8 เม.ย. 2551 ต่อมาในวันที่ 6 ธ.ค. 2559   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูรมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายชาญชัยเป็นองคมนตรี   อย่างไรก็ตามในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2552 ชุดสืบสวนภูธรภาค 1 ได้ควบคุมตัวชายต้องสงสัย ขณะเดินอยู่ใกล้กับบ้านชาญชัย ไว้ได้ และผู้ต้องสงสัยสารภาพว่า ได้รับการติดต่อจ้างวานให้ลงมือสังหารชาญชัยภายในวันที่ 7 เมษายน  โดยมีการซัดทอดอดีตนักการเมืองว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเนื่องจากต้องการสร้างความวุ่นวาย

Cr.คมชัดลึก

กรมการขนส่ง เอาจริง รถตู้ทุกคัน ติดตั้งระบบความปลอดภัย GPS Tracking ก่อน สงกรานต์นี้

 รถตู้


กรมการขนส่ง เอาจริง รถตู้ทุกคัน ติดตั้งระบบความปลอดภัย GPS Tracking ก่อน สงกรานต์นี้


กรมการขนส่งทางบก จะเร่งสร้างความเชื่อมั่นระบบรถโดยสารสาธารณะ และตรวจความพร้อมรถทุกคันตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนด พร้อมเร่งรัดติดตั้ง GPS Tracking ในรถตู้สาธารณะกรุงเทพฯ–ต่างจังหวัด เชื่อมโยงข้อมูลกับศูนย์บริหารจัดการเดินรถด้วยระบบ GPS ของกรมขนส่งให้แล้วเสร็จ ภายใน 31 มี.ค. 60 ทั้งนี้ ทุกๆ มาตรการจะบังคับใช้กฎหมาย ควบคุม กำกับ ดูแล การดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ลงโทษขั้นสูงสุดทุกกรณีทั้งพนักงานขับรถและผู้ประกอบการ
 
พล.ต.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2รอ.) พร้อมด้วย นายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก พ.ต.อ.จักษ์ ยังให้ผล ผู้กำกับกลุ่มงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนายณัฐวุฒิ อ่อนน้อม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการเดินรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด แถลงผลการประชุมรวมกัน เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 60 ว่า  เพื่อตรวจสอบจำนวนรถตู้โดยสารประจำทางในแต่ละเส้นทางให้ตรงกับบัญชีรายละเอียดรถในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง (บัญชี ขส.บ.11) พร้อมชี้แจงแนวทางการปฏิบัติการนำรถตู้โดยสารประจำทาง (เฉพาะหมวด 2) เข้าสถานีขนส่งปลายทาง 29 จังหวัด รวมถึงการกำหนดจุดจอดเป็นสถานีขนส่งชั่วคราว ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

นอกจากนี้ ได้ให้เข้มงวดกวดขันในทุกขั้นตอนการตรวจสภาพรถ ตรวจสอบด้วยเครื่องมือและต้องผ่านเกณฑ์ที่กำหนดทุกรายการ ลงโทษขั้นเด็ดขาดหากไม่ยอมนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ ด้านบริษัท ขนส่ง จำกัด ให้เตรียมการตั้งจุด Check Point จุดพักรถในเส้นทางสำคัญ พร้อมเร่งรัดการดำเนินการติดตั้ง GPS Tracking ในรถตู้โดยสารสาธารณะกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด และเชื่อมโยงข้อมูลกับศูนย์บริหารจัดการเดินรถด้วยระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก ให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2560 เพื่อสร้างระบบการติดตามพฤติกรรมการขับขี่แบบเรียลไทม์ และการควบคุมแบบมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของภาครัฐ ผู้ประกอบการ และประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน DLT GPS สามารถแจ้งร้องเรียนทุกกรณีการให้บริการที่ผิดกฎหมายผ่านทาง application ดังกล่าวได้ด้วย

กรมการขนส่งทางบก ระบุว่า เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในระบบรถโดยสารสาธารณะ จึงได้กำหนดมาตรการตรวจสอบความปลอดภัยรถตู้โดยสารสาธารณะที่สถานีขนส่งผู้โดยสารทั่วประเทศอย่างเข้มข้น เด็ดขาด จริงจัง โดยจะเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่าง กรมการขนส่งทางบก บริษัท ขนส่ง จำกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานท้องถิ่นร่วมดำเนินการตรวจความพร้อมคน ตรวจชั่วโมงการทำงานจากสมุดประจำรถ ตรวจความพร้อมรถตามมาตรฐานความปลอดภัยของตัวรถ (Checklist) ที่กำหนดกว่า 20 รายการ เช่น ระบบเบรก ยาง ล้อ เข็มขัดนิรภัย ประตูรถ ถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจก เป็นต้น ต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 จนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ และทุกๆ เทศกาลหยุดยาว เพื่อสร้างความเชื่อมั่น มั่นใจ ในระบบรถโดยสารสาธารณะปลอดภัยสูงสุดตลอดทั้งปี

Cr.ไทยรัฐ

Tuesday, January 17, 2017

ตรวจดู เซลล์ผิวหนังทารก ผิดปกติแต่กำเนิด จากกล้องจุลทรรศน์ เพื่อการรักษา

กล้องไมโครสโคป (Microscope)


ตรวจดู เซลล์ผิวหนังทารก ผิดปกติแต่กำเนิด จากกล้องจุลทรรศน์ เพื่อการรักษา



ปัญหาของผู้ป่วยโรคเซลล์ผิวหนังผิดปกติแต่กำเนิด ถึงแม้จะพบไม่บ่อย แต่ในรายที่อาการรุนแรงจะเป็นปัญหา และภาระทางสังคมที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองจะต้องมีความรู้ในการดูแลผิวหนังอย่างถูกต้อง โรคในกลุ่มนี้เกิดจากการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ สามารถแยกเป็นโรคต่างๆ ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโรคเซลล์ผิวหนังแบ่งตัวผิดปกติ เช่น เด็กดักแด้ (lamellar ichthyosis) หรือโรคตุ่มน้ำพองใส (Epidermolysis Bullosa) (EB) หรือที่เรียกว่า โรคเด็กผีเสื้อ โรคเซลล์ผิวหนังแบ่งตัวผิดปกติ แบ่งความรุนแรงได้หลายระดับ แต่ที่พบบ่อยที่สุด อาการจะไม่รุนแรง ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ทางยีนเด่น บางรายต้องตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (Electron Microscope) หรือ กล้องไมโครสโคป (Microscope) เพื่อให้ทราบว่ามีความผิดปกติอยู่ที่ชั้นไหนของผิวหนัง
   
สำหรับโรคตุ่มน้ำพองใส (Epidermolysis bullosa) (EB) หรือในต่างประเทศเรียกว่า butterfly children หรือโรคเด็กผีเสื้อ เป็นโรคผิวหนังที่พบไม่บ่อย เกิดจากความผิดปกติของยีนที่ควบคุมการสร้างผิวหนัง ในบางรายอาจจะต้องอาศัยการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (Electron Microscope) หรือ กล้องไมโครสโคป (Microscope) เพื่อให้ทราบว่ามีความผิดปกติอยู่ที่ชั้นไหนของผิวหนัง มีการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ ชนิดยีนเด่นหรือยีนด้อยก็ได้ ลักษณะของผิวหนังจะเปราะบางเหมือนปีกผีเสื้อ และผิวหนังพองเป็นตุ่มน้ำ เมื่อมีการกระทบกระเทือนเพียงเล็กน้อย อาจพบตั้งแต่แรกเกิด วัยทารก หรือเด็กโต ในต่างประเทศจะพบอุบัติการณ์ของโรคประมาณ 30 รายต่อทารกแรกเกิด 1 ล้านคน ส่วนในประเทศไทย จากสถิติที่ผ่านมาพบผู้ป่วยประมาณ 10-15 รายต่อปี

กรณีเด็กดักแด้นี้ต้องปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เล็กๆ และต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ โดยให้ยาทาให้ความชุ่มชื้นผิวหนัง รวมทั้งระวังปัญหาการติดเชื้อที่ผิวหนัง โดยการให้ยาปฏิชีวนะในรูปแบบยาทา ยารับประทาน หรือยาฉีด รวมทั้งดูแลผลแทรกซ้อนเกี่ยวกับตา หู การหายใจ นอกจากนี้ ควรให้สารอาหารประเภทโปรตีนอย่างเต็มที่ เพื่อให้เด็กเจริญเติบโตและไม่เกิดภาวะแคระแกร็นในเด็ก ในบางรายแพทย์ผิวหนังอาจพิจารณาให้ยากลุ่มเรตินอยด์ เพื่อลดการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนัง

อาการผิวหนัง แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ตามรอยแยกของตุ่มน้ำ คือ      
     
กลุ่มที่ 1 เรียกว่า EB Simplex ตุ่มน้ำอยู่ในชั้นตื้นในชั้นหนังกำพร้า อาการจะไม่รุนแรง มีตุ่มน้ำพอง เป็นตั้งแต่แรกเกิด ผิวหนังหายไม่เป็นแผลเป็น
     
กลุ่มที่ 2 เรียกว่า Junctional EB ตุ่มน้ำเกิดระหว่างชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ อาการรุนแรง เป็นตั้งแต่แรกเกิด ผิวหนังหายไม่เป็นแผลเป็น มักพบความผิดปกติของเล็บ และความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ และทางเดินปัสสาวะได้
     
และกลุ่มที่ 3 เรียกว่า Dystrophic EB ตุ่มน้ำอยู่ในชั้นหนังแท้ ตุ่มน้ำหายแล้วมีแผลเป็น การวินิจฉัยของแพทย์ อาศัยอาการทางคลินิก ในบางรายอาจจะต้องอาศัยการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา ร่วมกับการตรวจทางจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (Electron Microscope) หรือ กล้องไมโครสโคป (Microscope) เพื่อให้ทราบว่ามีความผิดปกติอยู่ที่ชั้นไหนของผิวหนัง ซึ่งการพยากรณ์ของโรคจะแตกต่างกัน

หลังจากตรวจวินิจฉัยจากตรวจทางจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (Electron Microscope) หรือ กล้องไมโครสโคป (Microscope) แล้ว ในด้านการรักษา “โรคเซลล์ผิวหนังผิดปกติแต่กำเนิด” ที่เกิดจากพันธุกรรม เป็นการรักษาตามอาการ ที่สำคัญที่สุด คือ การดูแลผิวหนังป้องกันการกระทบกระเทือน เนื่องจากผิวหนังบริเวณที่มีการเสียดสีจะเป็นตุ่มน้ำพอง และต้องระวังภาวะติดเชื้อแทรกซ้อนที่ผิวหนัง ถ้ามีการติดเชื้อจะต้องให้ยาปฏิชีวนะทาหรือรับประทาน ให้อาหารและวิตามินให้เพียงพอ ข้อสำคัญต้องให้คำแนะนำทางพันธุกรรมแก่พ่อแม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคในลูกคนต่อไป สรุป โรคเซลล์ผิวหนังผิดปกติตั้งแต่กำเนิด มีอาการและความรุนแรงแตกต่างกัน ส่วนใหญ่ไม่หาย การรักษาขึ้นกับชนิดของโรค รวมทั้งให้คำแนะนำทางพันธุกรรม และให้ความรู้ที่ถูกต้องในการดูแลผิวหนังแก่พ่อแม่

Cr. ผู้จัดการ

Monday, January 16, 2017

หวยออก เลขเด็ด เลขดัง จากหลายพื้นที่ ชาวบ้านแห่ไปพิสูจน์

หวยออก


หวยออก เลขเด็ด เลขดัง จากหลายพื้นที่ ชาวบ้านแห่ไปพิสูจน์


นางลิรพันธ์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงที่เกิดฝนตกน้ำท่วมในพื้นที่ที่ผ่านมา ขณะกำลังย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ก็บังเอิญไปพบกับตะพาบสีเหลือตัวนี้ จึงได้จับนำมาเลี้ยงดูไว้ เพราะเชื่อว่าจะเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว อีกทั้งยังมีสีแปลกตามจากที่เคยเห็น ทำให้บรรดาชาวบ้านต่างมาส่องดูและวิเคราะห์เลขไปต่างๆ นานา ก่อนวันหวยออก ชาวบ้าน อ.ลำทับ จ.กระบี่ ต่างไปพิสูจน์ดูตะพาบน้ำที่บ้านของ นางลิรพันธ์ อายุ 40 ปี ที่พบว่าเป็นลูกตะพาบน้ำมีลำตัวและกระดองสีเหลืองอร่ามแปลกตา ตัวเล็กๆ ขนาดเท่าฝ่ามือ น้ำหนักราวๆ 3 กรัม เป็นสิ่งที่ชาวบ้านไม่เคยพบเห็นมาก่อน

ทางด้านชาวบ้าน อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ก่อน วันหวยออก ต่างไปมุงดูต้นกล้วยที่สวนของ นางทานิล อายุ 39 ปี ที่ออกปลีและเครือที่ตรงโค่นลำตัวอย่างน่าประหลาด ส่วนที่ด้านหัวปลีมีผลเริ่มแตกออกมาให้เห็น 4 หวี จำนวน 34 ลูก ทำให้ชาวบ้านต่างสนใจและแห่มาดูเพื่อขอโชคลาภ นางทานิล บอกว่า เมื่อ 2 วันก่อนเพิ่งสังเกตเห็นว่าต้นกล้วยมีปลีออกมาแทนหน่อ บริเวณโค่นต้น เห็นว่าแปลกดีจึงบอกต่อๆ กับชาวบ้าน กลายเป็นว่ามีคนเข้ามาขอดูและจุดธูปเทียนบูชาตามความเชื่อ รวมทั้งตีเลขเด็ดไปต่างๆ นานา บางเห็นเป็นเลข 317 หรือ 327 เป็นต้น

ก่อน วันหวยออก ที่บ้านหลังหนึ่งในอำเภอเมืองชลุบรี ชาวบ้านต่างไปดูต้นมะม่วงที่บ้านของ นายชัยรัตน์ อายุ 49 ปี ที่พบว่ามีลักษณะประหลาด ช่อมะม่วงห้อยลงมามีลักษณะแบนๆ คล้ายกับเลข ๙ ของไทย เจ้าของบ้านจึงได้โพสต์ลงเฟซบุ๊ก กระทั่งข่าวกระจายไปทั่วพื้นที่ ต้นมะม่วงต้นนี้อายุราวๆ 30 ปี ไม่เคยออกช่อแบบนี้มาก่อน โดยหลังจากนี้น่าจะร่วงตกมา ทางเจ้าของคิดว่าจะนำช่อมะม่วงนี้ใส่กรอบเก็บไว้ เพราะเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของในหลวง รัชกาลที่ 9

ส่วนที่ย่านถนนจอมพล ด้านหลังอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เมืองนครราชสีมา จากการสำรวจแผงสลากกินแบ่งฯ งวดล่าสุดนี้ ปรากฏว่าคนในพื้นที่ต่างให้ความสนใจตัวเลขที่เกี่ยวกับเหตุเครื่องบินขับไล่กริพเพนตกในงานวันเด็กแห่งชาติ จ.สงขลา ทำให้เลขบางชุดขายเกลี้ยง บางคนต้องซื้อเลขใกล้เคียงไปแทน ขณะที่บรรยากาศของวันครูแห่งชาติ 16 มกราคม ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของบรรดาคอหวย ประชาชนบางส่วนต่างให้ความสนใจกับวันดังกล่าว ก่อน วันหวยออก ผู้ค้าสลากกินแบ่งฯ บางรายบอกว่า เลข 16 ที่ตรงกับวันครู เป็นอีกหนึ่งเลขดังที่ผู้คนตามออกซื้อเก็บไว้ในงวดนี้ เพราะเชื่อว่าเป็นวันพิเศษของพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ของชาติ น่าจะเป็นโชคที่ดี

Cr.สนุก นิวส์

เนคเทค วิจัย “เลนส์ทวิทรรศน์” เปลี่ยน สมาร์ทโฟน เป็นกล้องจุลทรรศน์ จาก ทุนวิจัย ระบบคลาวด์

กล้องไมโครสโคป


เนคเทค วิจัย “เลนส์ทวิทรรศน์” เปลี่ยน สมาร์ทโฟน เป็นกล้องจุลทรรศน์ จาก ทุนวิจัยระบบคลาวด์

     
นับเป็นผลงานที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับ “เลนส์ทวิทรรศน์” จากห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ หน่วยวิจัยอุปกรณ์และระบบอัจฉริยะ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ซึ่งเปลี่ยนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตให้เป็น กล้องไมโครสโคป (Microscope) ซึ่งกล้องจุลทรรศน์ยังบันทึกภาพได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวได้ ในขณะที่ทุนวิจัยจากภาครัฐมีจำกัดจำเขี่ย ส่วนทางไอเดียของนักวิจัยที่พุ่งกระฉูด แต่ทีมวิจัยผู้พัฒนา “เลนส์ทวิทรรศน์” เลนส์ฝืมือไทยที่เปลี่ยนสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นกล้องจุลทรรศน์ ได้นำเทรนด์การขอทุนวิจัยแบบใหม่ โดยระดมขอทุนจากผู้สนใจใช้ผลิตภัณฑ์จากการวิจัยทั่วโลก นอกจากได้เงินแล้วยังได้คำติชมจากผู้ใช้กลับมาพัฒนางานวิจัยต่อ
     
นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ เนคเทค ดร.อัชฌา กอบวิทยา  หนึ่งในทีมวิจัยเผยถึงแนวคิดในการพัฒนาเลนส์ดังกล่าวว่า ทีมวิจัยได้ช่วยกันระดมความเห็นและเห็นตรงกันว่ากล้องจุลทรรศน์ที่ทีมวิจัยคุ้นเคยนั้นมีประโยชน์มหาศาล แต่ต้องใช้ภายในห้องปฏิบัติการเท่านั้น จึงได้พัฒนาชุดเลนส์ กล้องไมโครสโคป (Microscope) ดังกล่าวที่ช่วยให้ใช้งานนอกสถานที่ได้ และยังบันทึกภาพได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว เลนส์ทวิทรรศน์ผลิตขึ้นด้วยพอลิเมอร์ในกลุ่มซิลิโคนชนิดหนึ่งที่มีความใสและความหนึบ ทำให้ตัวเลนส์สามารถประกอบหน้ากล้องของสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้โดยไม่ต้องใช้กาว ซึ่งเบื้องต้นทีมวิจัยได้พัฒนาชุดเลนส์ที่มี 2 กำลังขยาย คือ 25 เท่า และ 50 เท่า โดยใช้สลับกันได้ตามความต้องการ      
     
ทีมวิจัยพัฒนากระบวนการผลิตเองเพื่อทำต้นแบบสำหรับใช้ส่องตัวอย่างทั่วไป พร้อมกันนี้ทีมวิจัยยังได้ระดมขอทุนวิจัยผ่านระบบคลาวด์ (Cloud Funding) เพื่อพัฒนาเครื่องจักรสำหรับผลิตชุดเลนส์ได้ในปริมาณมากและทดแทนแรงงานคน และจะเปลี่ยน กล้องไมโครสโคป (Microscope) กำลังขยายเป็น 50 เท่า และ 100 เท่า ซึ่ง เป็นการขอทุนดังกล่าวอาศัยการระดมเงินบริจาคจากผู้สนใจทดลองใช้งานวิจัยที่มีใช้กันมากในต่างประเทศ และเป็นอีกช่องทางการขอทุนวิจัยที่ทีมต้องการนำร่องให้นักวิจัยไทยได้รู้จัก และเป็นอีกวิธีให้งานวิจัยเข้าถึงผู้ใช้ตรงตามความต้องการภาครัฐ
     
ทั้งนี้ ทีมวิจัยได้ระดมขอทุนวิจัยผ่านทางเว็บไซต์ https://www.indiegogo.com/projects/dual-microscope-lens-for-mobile-devices-twi-vis โดยตั้งเป้าขอทุนวิจัยให้ถึง 5,000 เหรียญสหรัฐ ภายในระยะเวลา 1 เดือน หากไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้ทางทีมวิจัยเลือกวิจัยคืนเงินแก่ผู้บริจาค ซึ่งจากการสอบถามทีมวิจัยได้รับทุนสนับสนุนแล้วกว่า 3,700 เหรียญสหรัฐ ผู้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติม เปลี่ยนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตให้เป็น กล้องไมโครสโคป (Microscope) ได้ที่ www.facebook.com/PTLdreamteam  เราพัฒนากระบวนการผลิตเองเพื่อทำต้นแบบสำหรับใช้ส่องตัวอย่างทั่วไป หนึ่งในทีมวิจัยเผย

Cr.ผู้จัดการ

รื้อคดี ครูจอมทรัพย์ ผู้ตกเป็นแพะ คดีขับรถชนคนตาย จ.นครพนม ตำรวจ ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

ครูจอมทรัพย์


รื้อคดี ครูจอมทรัพย์ ผู้ตกเป็นแพะ คดีขับรถชนคนตาย จ.นครพนม  ตำรวจ ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย


เกิดความสับสนในสังคม ระหว่างแพะกับแกะ  จากกรณี นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี ครูจอมทรัพย์ ครูผู้ตกเป็นแพะในคดีขับรถชนคนตาย อดีตข้าราชการครูโรงเรียนบ้านม่วงไข่ประชาราษฎณ์สงเคราะห์ ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ถูกจองจำในคดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต ซึ่งเป็นคดีความที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม เมื่อปี 2548 ศาลพิพากษาให้ติดคุกเมื่อปี 2556 เป็นเวลา 3 ปี 2 เดือน ก่อนได้รับอภัยโทษออกมาเมื่อปี 2558 ติดคุกเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน และครูผู้ตกเป็นแพะในคดีขับรถชนคนตาย จึงได้ร้องเรียนไปยังกระทรวงยุติธรรมในการรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่เนื่องจากเธอยืนยันว่าไม่ได้กระทำความผิดไม่เคยขับรถชนคนใครให้ถึงแก่ชีวิต

คดีครูจอมทรัพย์ ครูผู้ตกเป็นแพะในคดีขับรถชนคนตาย ขณะที่ในกระบวนการสอบสวนจะไม่มีทางทราบได้ว่าสอบพยานไปกี่ปากแล้วบ้าง โดยระหว่างที่ทำคดีนั้นครูจอมทรัพย์ไม่ให้ให้รายละเอียดในชั้นพนักงานสอบสวน แต่ยืนยันว่าจะไปให้ปากคำที่ชั้นศาลเพียงอย่างเดียว พนักงานสอบสวนจึงทำสำนวนคดีไปตามพยานหลักฐานที่มี ตรงนี้ก็สงสัยได้ว่านางจอมทรัพย์ซึ่งเป็นถึงข้าราชการ ซี 8 เหตุใดจึงไม่ยอมให้การในชั้นสอบสวน ไม่ต่อสู้แสวงหาพยานหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ในตอนนั้น หากมีการให้ข้อมูลแล้วยืนยันได้ว่าตัวเองบริสุทธิ์ พนักงานสอบสวนก็อาจนำไปสู่การสั่งไม่ฟ้องก็ได้ตั้งแต่ตอนนั้น

ย้อนกลับไปในช่วงเหตุการณ์ที่ต้องถูกดำเนินคดี  ครูจอมทรัพย์ ผู้ตกเป็นแพะในคดีขับรถชนคนตาย กล่าวว่า รู้สึกสับสนและไม่เข้าใจว่า อะไรถึงต้องทำให้ตนกลายเป็นผู้มีความผิด ทั้งที่ตนไม่เคยขับรถชนคนใคร ในรายละเอียดตำรวจระบุว่า พยานเห็นทะเบียน บค 56 แต่ไม่ทราบว่าเป็นทะเบียนจังหวัดไหน ตำรวจเลยสุ่มมาที่ขนส่งสกลนครว่ามีทะเบียนดังกล่าวหรือไม่ปรากฎว่ามี เป็น บค 56 สกลนคร ซึ่งเป็นรถของตน แต่สีรถที่ได้จากที่เกิดเหตุเป็นสีเขียว จึงไม่ตรงกับสีรถของตน ที่มีสีเขียวในรถก็มีแต่สีในตัวอักษรเป็นทะเบียนมีสีเขียว ครูผูตกเป็นแพะในคดีขับรถชนคนตาย จึงสงสัยว่าสีที่ได้จากจักรยานที่เกิดเหตุคือแผ่นป้ายทะเบียน จึงนำไปส่งกองตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เมื่อตรวจสอบแล้วโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ตรวจทะเบียนรถไม่มีรอยบุบรอยชน แผ่นป้ายทะเบียนยังอยู่สมบูรณ์ ยังไงก็ไม่ใช่ตน จึงขอเบิกพยานไปให้ปากคำคือสามีและลูกของตน แต่ได้รับคำตอบว่าฟังไม่ขึ้นเพราะเป็นบุคคลในครอบครัว

ผบ.ตร.สั่งการว่าต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ทั้งครูจอมทรัพย์ รวมถึงครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย คดีนี้มีการพิจารณาตัดสินตามกระบวนการยุติธรรมเป็นขั้นเป็นตอน ผู้ต้องหามีโอกาสได้ชี้แจงตามกระบวนการ ในศาลก็มีการไต่สวน มีพยานมีการไต่สวน การพิจารณารับฟังพยานหลักฐานก็อยู่ที่ดุลพินิจของศาล ขอสังคมอย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่าใครผิด ใครบกพร่อง หรือจับคนผิด ไม่มีจับแพะแน่นอน คดีนี้มารับทราบข้อกล่าวหาเอง อย่าเพิ่งเชื่อในกระแส หรือคำพูดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ขอให้รอการไต่สวนรื้อฟื้นคดีของศาลเสียก่อน

Cr.ผู้จัดการ,คมชัดลึก

Sunday, January 15, 2017

Leica ผู้ผลิตเลนส์ กล้องไมโครสโคป สู่ การถ่ายภาพ แห่งความประทับใจ จากสมาร์ทโฟน

กล้องไมโครสโคป


Leica ผู้ผลิตเลนส์ กล้องไมโครสโคป สู่ การถ่ายภาพ แห่งความประทับใจ จากสมาร์ทโฟน


วงการการถ่ายภาพได้มาถึงจุดเปลี่ยนเมื่อ วิศวกรชาวเยอรมัน ได้สร้างนวัตกรรมใหม่แห่งการถ่ายภาพ ด้วยการผลิตกล้องถ่ายภาพที่มีเลนส์คุณภาพที่ดีที่สุดและมีการทำงานที่ไม่ซับซ้อน สามารถพกพาไปถ่ายในที่ต่างๆได้ตามต้องการ จนกระทั่งเป็นที่นิยมในคนหมู่มากในที่สุดธุรกิจของแบรนด์ Leica ถือกำเนิดขึ้นจากการผลิตเลนส์ของ กล้องไมโครสโคป (Microscope) เพื่อจุดประสงค์ทางการค้นคว้าและวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1925 ที่มีการผลิตกล้องถ่ายภาพ 35 มิลลิเมตร และได้รับการตอบรับจากความสำเร็จในครั้งนี้อย่างล้นหลาม สามารถเปลี่ยนแปลงวงการการถ่ายภาพไปอย่างสิ้นเชิง ลองมาย้อนประวัติของ แบรนด์ Leica

หากถามช่างถ่ายภาพมืออาชีพหรือนักสะสมกล้องถ่ายภาพตัวยงน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักแบรนด์ Leica ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มการถ่ายภาพแบบ Snapshot หรือการถ่ายภาพแบบรวดเร็ว ที่สามารถเก็บทุกภาพแห่งความประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาหรืออิริยาบถใดด้วยภาพถ่ายที่มีคุณภาพสูง ตำนานของ Leica เริ่มขึ้นในปลายศตวรรษที่ 19 ในช่วงเวลาที่กล้องถ่ายภาพในยุคแรกนั้นถูกประกอบขึ้นจากกล่องไม้และแผ่นกระจกเพื่อนำมาทำเป็น กล้องไมโครสโคป (Microscope) ก่อนที่จะเป็นกล้องถ่ายภาพ ซึ่งไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างอิสระหรือพกพาไปยังที่ต่างๆได้ ดังนั้นในตลาดกล้องถ่ายภาพในยุคแรกจึงไม่มีผู้ผลิตรายใดที่ผลิตกล้องที่มีคุณภาพสูงที่สามารถพกพาใช้งานได้สะดวกในขณะเดียวกันได้

จากการถือกำเนิดของกล้องถ่ายภาพ Leica นั้นทำให้การถ่ายภาพแนวใหม่อย่าง Snapshot เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น ช่วงเวลาที่สำคัญมากมายได้ถูกจารึกไว้อย่างแนบเนียนในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยกล่าวได้ว่ากล้องถ่ายภาพนั้นได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของผู้รักการถ่ายภาพที่ต้องการถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกหวาดกลัว ความเจ็บปวด ความสนุกสนาน ความเศร้าโศกเสียใจ ความสูญเสีย ความพ่ายแพ้ การเอาชนะ และอื่นๆอีกมากมาย เพราะกล้องถ่ายภาพ Leica ให้ความสะดวกแก่ผู้รักการถ่ายภาพไม่ว่าจะถ่ายในสถานการณ์ใด

ซึ่งความสะดวกในการพกพากล้องถ่ายภาพนี้ทำให้เกิดการถ่ายภาพอีกหนึ่งรูปแบบคือ Street Style ที่กำลังนิยมในปัจจุบันนั่นเอง โดยช่างถ่ายภาพที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในการถ่ายภาพแบบ Street Style นี้ คือช่างภาพมืออาชีพอย่าง  Henri Cartier-Bresson, Elliott Erwitt, Robert Frank, Bruce Gilden, Bruce Davidson, Inge Morath, Martine Franck, Sebasti?o Salgado, Alex Webb, Joel Meyerowitz, Garry Winogrand, Mark Cohen เเละ Ralph Gibson และทุกคนที่กล่าวมาก็ล้วนใช้กล้องถ่ายภาพ Leica เป็นอุปกรณ์คู่กายของพวกเขาทั้งสิ้น

หากกล่าวถึงคุณูปการของ Leica ที่มีต่อยุคปัจจุบันนั้น Leica ได้ใช้พื้นฐานแห่งนวัตกรรมเพื่อปรับตัวเข้ากับยุคดิจิทัลในปัจจุบัน โดยเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับแบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลก อย่าง หัวเว่ย สู่การนำเสนอมิติใหม่แห่งการเป็นผู้นำการถ่ายภาพคุณภาพสูงผ่านสมาร์ทโฟน หัวเว่ย พีเก้า โดยการจับมือร่วมกันในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ Leica ในการนำพาบริษัทเข้าสู่โลกแห่งนวัตกรรมอย่างแท้จริง เมื่อเทรนด์ของการถ่ายรูปได้เปลี่ยนแปลงไป และพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้หันมาใช้อุปกรณ์อย่างสมาร์ทโฟนในการถ่ายภาพมากขึ้น

การร่วมมือกับแบรนด์สมาร์ทโฟนเพื่อพัฒนาคุณภาพของภาพถ่ายในสมาร์ทโฟนจึงเป็นทางเลือกอันชาญฉลาดของ Leica ที่จะผสานความเชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพของตนเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้คนทั่วโลกได้เป็นส่วนหนึ่งของความยิ่งใหญ่ในการเป็นผู้นำด้านการถ่ายภาพมากว่า 100 ปีได้ ในทุกๆครั้งที่หยิบสมาร์ทโฟนที่มีการร่วมออกแบบและพัฒนาจาก ตำนานแห่งผู้ผลิตกล้องถ่ายภาพและการผลิตเลนส์ของ กล้องไมโครสโคป (Microscope) อย่าง Leica ออกมาเพื่อถ่ายภาพเพื่อเก็บช่วงเวลาแห่งความประทับใจต่างๆอย่างไม่สิ้นสุด

Cr.สยามโฟน