Showing posts with label นักวิจัย. Show all posts
Showing posts with label นักวิจัย. Show all posts

Sunday, January 7, 2018

นักวิจัยหญิง ประเทศพม่า

นักวิจัยหญิง ประเทศพม่า

นักวิจัยหญิง ประเทศพม่า


กล้องจุลทรรศน์ เป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยในการค้นคว้าวิจัยต่าง ๆ นำได้นำไปใช้ในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มากกมาย อาทิเช่น หลายคนนำไปส่องปรสิต เกสรดอกไม้ เซลล์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งนำกล้องจุลทรรศน์ไปส่องอัญมณี ถ่ายภาพส่งให้ผู้เชี่ยวชาญดูว่าเป็นของปลอมหรือไม่ ผู้เลี้ยงกุ้งนำ กล้องจุลทรรศน์ ไปส่องถ่ายภาพแล้วส่งให้สัตวแพทย์ดูว่ากุ้งของเขาเป็นโรคหรือไม่ หรือนำกล้องจุลทรรศน์งานวิจัยเปลือกกุ้งเหลือทิ้งจาก นักวิจัยชาวพม่าที่มีผลงานโดดเด่นช่วยให้เกษตรกรชาวพม่าได้รับประโยชน์มากมายจากผลการวิจัยนี้ แต่หากรู้ไหมว่า นักวิจัยชาวพม่ากลับมีสัดส่วนเป็นนักวิจัยหญิงเกินกว่าครึ่งของนักวิจัยชาย

สัดส่วนนักวิจัยหญิงและชาย
ส่วนหนึ่งของรายงานขององค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เกี่ยวกับผู้หญิงในวงการวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ระบุว่าหลายประเทศมีสัดส่วนนักวิจัยผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยประเทศที่โดดเด่นอย่างมากในเอเชียคือ เมียนมา ซึ่งมีสัดส่วนนักวิจัยเป็นผู้หญิง 85.5% ถือว่าสูงสุดในเอเชีย ขณะที่สัดส่วนทั่วโลกมีไม่ถึง 30% เมียนมาเป็นแบบอย่างของความเท่าเทียมทางเพศในวงการวิทยาศาสตร์หรือไม่ ?

อาจารย์มหาวิทยาลัย ประเทศพม่า
จากการเปิดเผย ยูเนสโกเองยอมรับว่าจริง ๆ แล้วตัวเลขอาจจะไม่สูงถึงขนาดนั้น แม้ว่าตัวเลขจริงอาจไม่สูงถึง 85.5% แต่ก็ดูเหมือนว่านักวิจัยส่วนใหญ่ในเมียนมาเป็นผู้หญิง เพราะข้อมูลที่ใช้เป็นพื้นฐานในการจัดทำรายงานนั้นได้มาจากข้อมูลที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเมียนมา รวบรวมขึ้นเมื่อปี 2002 และมหาวิทยาลัยของเมียนมาหลายแห่งอาจนับรวมอาจารย์ผู้สอนทุกคน ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ทำงานวิจัย

ผลวิจัยด้วย กล้องจุลทรรศน์ นักวิจัยหญิง
จากการตรวจสอบจำนวนเจ้าหน้าที่ด้านวิทยาศาสตร์ประจำมหาวิทยาลัยย่างกุ้งในปี 2013 พบว่าในจำนวนผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์และรองศาสตราจารย์ 45 คน ในจำนวนนี้ 31 คน เป็นผู้หญิง หนึ่งในนั้นเป็นนักวิจัยหญิง ดร. ทาซิน ฮาน เป็นหัวหน้างานวิจัยอาหารที่กรมวิจัยและนวัตกรรมของรัฐบาลเมียนมา ดร. ทาซิน ฮาน เล่าถึงผลงานวิจัยผ่าน กล้องจุลทรรศน์ ของเธอเกี่ยวกับการใช้เปลือกกุ้งเหลือทิ้งเพื่อนำมาทำเป็นปุ๋ยว่า ผลงานนี้มีประโยชน์ต่อเกษตรกรของเรามา ถือเป็นงานวิจัยที่ให้ผลคุ้มค่ามากที่สุดสำหรับประเทศพม่า เธอกล่าว

งานวิจัย ถูกทอดทิ้ง
ดร. ฮาน หัวหน้างานวิจัยอาหารที่กรมวิจัยและนวัตกรรมของรัฐบาลเมียนมา กล่าวว่าศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญในสายงานเดียวกับเธอ ทุก ๆ 9 ใน 10 คน เป็นผู้หญิง แต่พวกเธอก็ไม่ต่างจากนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ในเมียนมาที่เป็นพนักงานของรัฐ นั่นหมายความว่า งานที่ทำไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่สูงนัก จากสภาพเศรษฐกิจของเมียนมาทำให้ผู้ชายจำต้องทำงานหาเงินเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว จึงไม่ค่อยสนใจทำงานวิจัย ดร. ฮาน กล่าว

รายได้ นักวิจัย ชาวพม่า
ด้วยเงินเดือนของเธอ ซึ่งเป็นระดับบริหาร อยู่ที่ประมาณ 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน (หรือประมาณ 10,500 บาท) เธอบอกว่าเงินเดือนจำนวนนี้ไม่เพียงพอจุนเจือครอบครัว ดังนั้นผู้ชายจึงไม่เลือกที่จะทำอาชีพนี้แต่จะหางานทำที่ให้มีรายได้มากกว่านักวิจัย นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ของทางการเมียนมา ยังคงเผชิญความท้าทายอีกหลายอย่าง รวมถึงการขาดแคลนทรัพยากร อุปกรณ์ด้านงานวิจัย เช่น กล้องจุลทรรศน์ ฯลฯ และความเสี่ยงที่จะถูกโอนย้ายไปประจำที่มหาวิทยาลัยซึ่งไม่มีแผนกวิจัย

ความภูมิใจ นักวิจัย ชาวพม่า
ดร. ฮาน หัวหน้างานวิจัยอาหารที่กรมวิจัยและนวัตกรรมของรัฐบาลเมียนมา ก็เคยถูกย้ายไปประจำที่มหาวิทยาลัยในเมืองที่อยู่ห่างไกล โดยไม่มีแผนกวิจัยเป็นเวลา 6 ปี และเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เธอเพิ่งถูกย้ายมาประจำในหน่วยงานที่เธอสามารถทำงานวิจัยได้อีกครั้ง เราได้กลับมามีชีวิตที่มีความสุขอีกครั้งจากงานวิจัยที่เธอถนัด เธอกล่าวด้วยความภูมิใจและรอยยิ้มแห่งความสุข

Cr.BBC,ครอบครัวข่าว

กล้องจุลทรรศน์ รางวัลโนเบล

กล้องจุลทรรศน์ รางวัลโนเบล

กล้องจุลทรรศน์ รางวัลโนเบล


การประกาศรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปีนี้ มี 3 นักวิทยาศาสตร์จาก 3 ชาติ คว้ารางวัลร่วมกันจากการพัฒนากล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนที่ไขความลับทางเคมีในระดับโมเลกุล The Royal Swedish Academy of Sciences ตัดสินรางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปี 2017 แก่ Jacques Dubochet จาก University of Lausanne สวิตเซอร์แลนด์ Joachim Frank จาก Columbia University สหรัฐอเมริกา และ Richard Henderson จาก MRC Laboratory of Molecular Biology Cambridge สหราชอาณาจักร สำหรับการพัฒนา กล้องจุลทรรศน์ อิเล็กตรอน cryo-electron microscopy เพื่อใช้สำหรับแสดงโครงสร้างที่มีความละเอียดสูงของชีวโมเลกุลในสารละลาย

กล้องจุลทรรศน์ อิเล็กตรอน
ปัจจุบัน นักวิจัยสามารถทำให้ชีวโมเลกุลเคลื่อนที่ได้พอประมาณและเห็นขบวนการซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของการศึกษาเคมีชีวภาพของโลก ด้วยการพัฒนากล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ที่สามารถสร้างภาพของโมเลกุลที่กำลังเคลื่อนไหว นี่ถือเป็นนวัตกรรมที่นำพาโลกเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการศึกษาชีวเคมี ที่ทำให้สามารถสร้างภาพ 3 มิติของโมเลกุล ซึ่งทำให้เห็นกระบวนการเคมีของเซลล์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งช่วยทั้งการเข้าใจพื้นฐานทางเคมีของชีวิตและและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนายาและเวชภัณฑ์ในอนาคต

เทคโนโลยี กล้องจุลทรรศน์
กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (electron microscopy) เชื่อมาเป็นเวลานานว่าเหมาะเพียงให้ภาพสำหรับวัตถุไม่มีชีวิตเพราะว่าลำแสงอิเล็กตรอนที่ทรงพลังทำลายวัสดุทางชีววิทยา แต่ในปี 1990 Richard Henderson ประสบความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยี กล้องจุลทรรศน์ อิเล็กตรอนเพื่อสร้างภาพสามมิติของโปรตีนชนิดหนึ่งที่ความละเอียดระดับอะตอม ความสำเร็จครั้งนี้พิสูจน์ประสิทธิภาพของเทคโนโลยีนี้

กล้องจุลทรรศน์ สร้างภาพสามมิติ
Joachim Frank ทำให้เทคโนโลยีกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนนี้นักวิจัยสามารถประยุกต์ใช้ทั่วไป โดยระหว่างปี 1975 และ 1986 ได้พัฒนาวิธีการจัดการกับภาพซึ่งภาพสองมิติที่คลุมเครือของกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนได้รับการวิเคราะห์และรวมเข้าด้วยกันเพื่อทำให้ได้โครงสร้างสามมิติที่คมชัด

ภาพชีวโมเลกุล จาก กล้องจุลทรรศน์
Jacques Dubochet เติมน้ำไปยังกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน น้ำระเหยในสูญญากาศของกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ซึ่งทำให้ชีวโมเลกุลเสียหาย ในช่วงต้นของปี 1980 Dubochet ได้ทำให้น้ำเย็นอย่างรวดเร็วซึ่งทำให้น้ำอยู่ในรูปของเหลวรอบๆ สิ่งตัวอย่างชีวโมเลกุล ทำให้ชีวโมเลกุลนั้นคงรูปตามธรรมชาติแม้อยู่ในสูญญากาศ

รางวัลโนเบล สาขาเคมี 2017
หลังจากการค้นพบเหล่านี้ พื้นฐานของกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนได้รับการพัฒนาให้เหมาะสม ความละเอียดระดับอะตอมที่ต้องการทำสำเร็จในปี 2013 และปัจจุบันนักวิจัยสามารถผลิตโครงสร้างสามมิติของชีวโมเลกุลได้เป็นผลสำเร็จจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน นักวิทยาศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเคมีทั้ง 3 จะได้รับเงินรางวัล 1 ล้าน 1 แสนดอลลาร์ หรือราว 37 ล้าน 4 แสนบาท โดยจะมีการประกาศ รางวัลโนเบลสาขาเคมีปี 2017 เมือเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

Cr.สวทช,วีโอเอไทย