Showing posts with label สมาร์ทโฟน. Show all posts
Showing posts with label สมาร์ทโฟน. Show all posts

Sunday, January 7, 2018

ห้องเรียนอัจฉริยะ

ห้องเรียนอัจฉริยะ

ห้องเรียนอัจฉริยะ


“ห้องเรียนอัจฉริยะ”(Smart Classroom) ด้วยแนวคิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใกล้ตัวราคาถูกและเข้าถึงง่ายให้เกิดประโยชน์กับการเรียนการสอน นำร่องด้วยการเปลี่ยนสมาร์ทโฟน (Smart Phone)ในมือเด็กนักเรียนให้เป็น  กล้องจุลทรรศน์ (Microscope) เด็กแทบทุกคนใช้สมาร์ทโฟน (Smart Phone) และเทรนด์เทคโนโลยีก็ทำให้อุปกรณ์เหล่านี้มีราคาถูกและเข้าถึงง่าย กล้องจิ๋วบนมือถือสามารถนำไปเป็นสื่อการสอนที่ทรงประสิทธิภาพ ถือเป็นวิวัฒนาการที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้ ศ.สุพจน์ หารหนองบัว นายกสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์กล่าว

สิ่งประดิษฐ์ เลนส์ขยาย ต้นทุนต่ำ
เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท บวกกับหน่วยปฏิบัติการวิจัยอุปกรณ์รับรู้ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับทุนจากสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT ในการพัฒนาเลนส์ขยายส่องอัญมณีจึงเกิดแนวคิดที่จะต่อยอดสู่สื่อการเรียนการสอนที่ก้าวไปอีกขั้น และกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom)ต้นทุนต่ำ ที่เน้นการเรียนเชิงปฏิบัติการในทุกสาระวิชาสำหรับชั้นประถมปลายถึงมัธยมต้น  เราสามารถผลิตเลนส์ขยายที่เปลี่ยนกล้องจิ๋วในโทรศัพท์มือถือเป็น กล้องไมโครสโคป (Microscope) กำลังขยาย 10x-300x ต้นทุนเพียง 1 บาท ข้อได้เปรียบตรงนี้ทำให้สามารถใช้กล้องจุลทรรศน์เป็นเครื่องมือหลักสำหรับห้องเรียนอัจฉริยะ ที่มีอุปกรณ์เพียง 6 ชนิด รศ.สนอง เอกสิทธิ์ หน่วยปฏิบัติการวิจัยอุปกรณ์รับรู้ กล่าว

อุปกรณ์ใน ห้องเรียนอัจฉริยะ
ห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom)แบ่งเป็น 3 ขนาดตามจำนวนผู้เรียนคือ ขนาดเล็กรองรับนักเรียน 15-20 คน ราคา 2 แสนบาท, ขนาดกลาง 20-30 คน ราคา3 แสนบาท และขนาดใหญ่ 30-40 คน ราคา 4 แสนบาท โดยมีอุปกรณ์ 6 ชนิดได้แก่ สมาร์ททีวี (Smart TV) ที่สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายกับแท็บเล็ต (Tablet)หรือสมาร์ทโฟน (Smart Phone) ผ่าน Screen Mirroring Function เพื่อใช้สอน สาธิต หรือเชื่อมต่อผลงานของนักเรียน, แทบเล็ตสำหรับครูผู้สอน, สมาร์ทโฟน (Smart Phone)หรือแท็บเล็ต (Tablet) 10-30 เครื่องสำหรับนักเรียนใช้ในและนอกห้องเรียน, อินเทอร์เน็ตซิม, ฮาร์ดดิสท์เก็บข้อมูลพร้อมคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทเลนส์ (Smart Lens) เลนส์ขยาย

เรียนรู้วิทยาศาสตร์ ด้วย กล้องจุลทรรศน์ แบบง่าย ๆ
“เราเปลี่ยนสมาร์ทโฟน (Smart Phone) เป็น กล้องไมโครสโคป (Microscope) เคลื่อนที่ เทียบได้กับ กล้องจุลทรรศน์ (Microscope)กำลังขยายปานกลาง ให้นักเรียนสนุกกับการถ่ายรูป บันทึกวีดิโอ เสียง ส่งต่อข้อมูล สร้างบทเรียน โครงงานหรือนวัตกรรมการเรียนรู้ด้วยกล้องจุลทรรศน์ (Microscope)รูปแบบใหม่ให้กับวิทยาศาสตร์ รูปแบบของห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom)ไม่เน้นโครงสร้างของห้องเรียน แต่เน้นรูปแบบการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ด้วยอุปกรณ์การสอนน้อยที่สุดแต่กระตุ้นให้เด็กสนใจและกระตือรือร้นที่จะเรียนมากที่สุด ” รศ.สนอง กล่าว

ทีมพัฒนาใช้วิธีการอบรมครูที่สนใจเกี่ยวกับวิธีการใช้อุปกรณ์ กล้องจุลทรรศน์ (Microscope) รวมถึงการพัฒนาสื่อการสอนรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์การเรียนของเด็กในวิชา ชั้นปีและพื้นที่นั้นๆขณะเดียวกัน คณะวิทย์ จุฬาฯ ก็ร่วมพัฒนาชุดการสอนเบื้องต้นประมาณ 10 ชุด เช่น Frozen เป็นการเรียนรู้ว่า แม่คะนิ้งเกิดได้อย่างไร

พัฒนาเด็กไทย เรียนรู้ผ่าน ห้องเรียนอัจฉริยะ
รศ.สนอง เราเชื่อว่า ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์มีศักยภาพพอที่จะสร้างสรรค์สื่อการสอนใหม่ๆ มากระตุ้นความสนใจเด็ก เช่นเดียวกับที่สามารถนำสื่อการสอนนั้นเผยแพร่ให้สาธารณะ ยกตัวอย่างโครงงานที่กำลังพัฒนาร่วมกับคณะครุศาสตร์ โดยให้เด็กใช้สมาร์ทเลนส์ (Smart Lens) เลนส์ขยายส่องธนบัตรดูรายละเอียดที่สื่อถึงประเทศนั้นๆ เช่น ผลไม้ประจำชาติ บุคคลสำคัญหรือสิ่งสำคัญในประวัติศาสตร์ อีกทั้งให้เด็กหาข้อมูลเพิ่ม ถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ ทำรายงานอิเล็กทรอนิกส์ส่งครู

เราต้องการเปลี่ยนแนวคิดที่เด็กเรียนแบบเป็นผู้เสพ รับสิ่งที่ครูสอน ไปสู่การเป็นผู้สร้าง ให้เด็กได้เรียนรู้และคิดที่จะพัฒนาสิ่งใหม่ ซึ่งวิทยาศาสตร์และระบบการเรียนที่ดีจะเป็นตัวกระตุ้นความสนใจ เปิดโอกาสให้คิดและทำสิ่งใหม่ได้ ทั้งนี้ หากโรงเรียนที่มีความพร้อม แต่สนใจจะมีห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom) ก็สามารถติดต่อมาได้ นอกจากนี้ทางสมาคมฯจะสร้างห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom)ต้นทุนต่ำ 60 ห้อง มอบให้โรงเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยแห่งแรกมอบให้กับโรงเรียนวัดสิงห์ จ.ชัยนาท นายกสมาคมฯ กล่าว

Cr.กรุงเทพธุรกิจ

สมาร์ทโฟน ตรวจสเปิร์ม ได้แล้ว

สมาร์ทโฟน ตรวจสเปิร์ม ได้แล้ว 


สมาร์ทโฟน ตรวจสเปิร์ม ได้แล้ว


คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสมาร์ทโฟนและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีปัจจุบัน ก้าวไกลไม่น้อยเลยทีเดียว มักจะมีงานวิจัยเรื่องราวใหม่ๆ มาให้แปลกใจถึงความสุดยอดของ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ อย่างที่งานวิจัยนี้ทีสหรัฐอเมริกา นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮูสตัน (University of Houston) ออกแบบเลนส์ขยายกล้องจุลทรรศน์หรือ กล้องไมโครสโคป (Microscope)ที่สามารถใช้ได้กับสมาร์ทโฟนเกือบทุกรุ่นทุกค่าย มีกำลังขยายภาพสูงถึง 120 เท่าที่เดียว ต้นทุนการผลิตถูกมากเพียงสามเซนต์หรือประมาณ 1 บาทเท่านั้น นักวิจัยกล่าวว่าเลนส์ขยายดังกล่าวใช้งานง่ายๆ ติดตั้งโดยตรงกับเลนส์ของสมาร์ทโฟน(SmartPhone)โดยไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสริมใดๆ เลนส์ขยายกล้องไมโครสโคป (Microscope) นี้เหมาะสำหรับนักเรียน นักวิจัยหรือแพทย์ในพื้นที่ที่ห่างไกลและยากไร้เครื่องมือทันสมัย เลนส์อุปกรณ์นี้มีประโยชน์ทางการแพทย์และสาธารณสุข ช่วยคลินิกขนาดเล็กที่ยู่ห่างไกลตัวเมืองสามารถแชร์ภาพที่ได้กับผู้เชี่ยวชาญในที่อื่นๆได้

ปกติเลนส์มาตรฐานทั่วๆไปผลิตจากแก้วขัดหรือพลาสติกหล่อแบบเพื่อให้ความยาวโฟกัสเฉพาะและขยายภาพได้ แต่เลนส์ขยายใหม่นี้ของมหาวิทยาลัยฮูสตันมีส่วนประกอบเป็นโพลิเมอร์ที่รู้จักกันในนาม “โพลิไดเมทิลไซลอกเซน” (Polydimethylsiloxane หรือ PDMS) ความนุ่มคล้ายคอนแทคเลนส์  นายเหวย-ชวนฉือ (Wei-Chuan Shih) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยฮูสตัน ผู้ค้นพบเลนส์ขยายชนิดใหม่โดยบังเอิญ อธิบายเพิ่มเติมว่า ระหว่างมีการทดลองเทคโนโลยีแสงชีวภาพหรือนาโนไบโอโฟโทนิกส์ และนาโนฟลูอิดิกส์ บังเอิญทำวัสดุบางอย่างหยดลงไปในเครื่องกวนสารแบบให้ความร้อน และได้สังเกตเห็นปฏิกิริยาที่เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของวัตถุจึงได้นำวิธีการดังกล่าวมาใช้ผลิตเลนส์ขยายนี้

ก่อนหน้านี้ได้มีการพัฒนาเลนส์กล้องขยายของกล้องจุลทรรศน์หรือกล้องไมโครสโคป (Microscope) ติดลงบนสมาร์ทโฟน(SmartPhone)มาก่อน เลนส์ผลิตจากโพลีเมอร์กำลังขยายต่ำ ที่เรียกว่า “Micro Phone Lens” เมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้ เลนส์จากกล้องขยายชนิดใหม่ที่ผลิตได้ยังคล้ายกับผลงานของทีมงานนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียที่พัฒนาเลนส์ด้วยการผลิตจากโพลิไดเมทิลไซลอกเซนเช่นเดียวกัน แต่เลนส์ขยายใหม่นี้มีข้อได้เปรียบด้านการผลิตสามารถผลิตเป็นจำนวนมากได้ ทั้งยังมีต้นทุนค่าใช้จ่ายถูกกว่า ปัจจุบันเลนส์นี้ถูกผลิตด้วยมือจึงปรับคุณสมบัติตามความเหมาะสมได้คล้ายกับการพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท

ต่อยอดการพัฒนาเลนส์กล้องจุลทรรศน์หรือกล้องไมโครสโคป (Microscope) ด้วยทีมงานนักวิทยาศาตร์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย University of Illinois ชิคาโก้ สหรัฐอเมริกา ได้คิดค้นวิธีทำให้กล้องวีดีโอจิ๋วบนสมาร์ทโฟนและเลนส์กล้องจุลทรรศน์สามารถวิเคราะห์ตัวอย่างสเปิร์มได้ โดยทำงานร่วมกันกับแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาขึ้นเฉพาะ เพื่อประเมินและวิเคราะห์ รวมถึงมีข้อแนะนำเกี่ยวกับวิธีการอย่างไรที่จะช่วยทำให้ตัวสเปิร์มมีความแข็งแรง  นาย Yoshitomo Kobori หัวหน้าทีมผู้พัฒนาและวิจัยระบุว่าผู้ทดสอบต้องนำตัวสเปิร์มมาและทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที และจึงนำตัวอย่างตัวสเปิร์มวางบนแผ่นพลาสติกจากนั้นใช้กล้องจิ๋วสมาร์ทโฟนที่ติดกล้องจุลทรรศน์มาเป็นกล้องขยายส่องเพื่อดูคุณภาพของตัวสเปิร์ม หรือหากไม่แน่ใจก็สามารถใช้ กล้องวีดีโอจิ๋ว บนสมาร์ทโฟนบันทึกถ่ายวิดีโอแล้วนำไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งนาย Yoshitomo Kobori  บอกว่าแรงบันดาลใจ ในการนำเรื่องกล้องขยายหรือกล้องไมโครสโคป (Microscope)วิเคราะห์ตัวอย่างสเปิร์มนี้มาพัฒนาอย่างจริงจัง เนื่องจากผู้ชายในประเทศต้องพบเจอกับปัญหาสเปิร์มไม่แข็งแรงและอยากรู้ผลพร้อมคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ 

หัวหน้าทีมยังทิ้งท้ายอีกว่า วิธีดังกล่าวจะทำให้คุณผู้ชายมีความสบายใจในความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่คุณผู้ชายช่วงสูงวัยเท่านั้น ผู้ชายช่วงวัยรุ่นก็พบเจอปัญหานี้ได้เช่นกัน เกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์อย่าง "สเปิร์ม" แต่ทว่าหากจะต้องไปตรวจก็อาจเสียเวลา ไม่สบายใจ และเกิดความเขินอาย อย่างไรก็ดีกล้องจิ๋วบนสมาร์ทโฟนกับอุปกรณ์เสริมเลนส์กล้องจุลทรรศน์หรือกล้องไมโครสโคป (Microscope)ก็สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้ ทว่าอุปกรณ์นี้มีวางขายแค่เฉพาะประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ส่วนประเทศอื่นๆ คงต้องรอไปก่อนแต่จะมีวางจำหน่ายในอนาคตแน่ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของงานวิจัยเรื่องราวดี ๆ ที่นำมาเล่าสู่กันฟัง ว่าแทบไม่น่าเชื่อว่าสมาร์ทโฟนสามารถทำอะไรได้แค่โทรศัพท์มือถือเท่านั้น 

Cr.โลกวันนี้

Monday, January 9, 2017

เปิดตัว Nokia 6 สมาร์ทโฟน ครั้งแรกในประเทศจีน ตัวเครื่อง Unibody ชิ้นเดียวไร้รอยต่อ กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล

Nokia 6


เปิดตัว Nokia 6  สมาร์ทโฟน ครั้งแรกในประเทศจีน ตัวเครื่อง Unibody ชิ้นเดียวไร้รอยต่อ กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล


เรียกได้ว่าสเปคที่ไม่ถือว่าแรงมาก และไม่ได้ด้อยมาก แต่หน้าจอก็ถือว่าสวยงามดีใช้ได้ ชิ้นเดียวไร้รอยต่อ ให้หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ในราคา เพียง 1,699 หยวน หรือประมาณ 8,800 บาท พร้อมขายในจีนต้นปี 2017 นี้ ตามที่ได้กล่าวไปก่อหน้านี้ Nokia 6 ใช้วัสดุของตัวเครื่องจากอะลูมิเนียมเกรด 6,000 และมีการใช้แนวออกแบบ Unibody ชิ้นเดียวไร้รอยต่อ ความละเอียด Full HD ถือว่าใหญ่พอสมควร และใช้ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat รายละเอียดของเครื่องนั้นใช้ CPU Qualcomm Snapdragon 430 Octa Core พร้อมกับ RAM 4GB, ความจำในตัว 64GB กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซลพร้อมกับเทคโนโลยี PDAF และถ่ายวีดีโอได้ความละเอียด 1080P เท่านั้น  ส่วนรายละเอียดว่าจะมีการนำเข้ามาขายในประเทศไทยหรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไป

ที่คราวนี้จะกลับมาทำตลาดเต็มตัว ไม่ต้องรอคอยนานเลย ชิงเปิดตัว Nokia 6 อย่างเป็นทางการในวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นมือถือในระดับกลาง สำหรับ Nokia 6  ใช้วัสดุของตัวเครื่องจากอะลูมิเนียมเกรด 6,000 และมีการใช้แนวออกแบบ Unibody ชิ้นเดียวไร้รอยต่อ ภายใต้การร่วมงานกันอย่างเป็นระบบ และมีการวางแผนทุกขั้นตอนด้วยผู้รับผิดชอบที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน หลังจากไม่กี่เดือนก่อนได้ประกาศว่าจะเผยโฉมรุ่นแรกของแบรนด์ Nokia ในงาน Mobile World Congress 2017 ทว่าล่าสุดทั้งคู่ก็ไม่ปล่อยให้แฟนๆ รอนาน  ดังนั้นเราลองมาวิเคราะห์กันหน่อยแม้จะไม่ใช่รุ่นท็อป แต่กับราคาประมาณ 8,800 บาท ($245) เท่านี้ คุ้มค่าหรือไม่ กับหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ? สรุปฟีเจอร์เด่นที่น่าสนใจของรุ่นดังกล่าว

การที่ Nokia รีบเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของแบรนด์ ก่อนงานมหกรรมสมาร์ทโฟน  Mobile World Congress 2017 ครั้งใหญ่ ก็เพื่อต้องการช่วงชิงกระแสพื้นที่ทางการตลาด เสมือนเป็นการบ่งบอกให้ได้รู้ หรือคอนเฟิร์มเข้าไปอีกว่ามาแล้วนะ มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่เหล่าสาวกเฝ้ารอคอยจะเห็น ดังนั้นจึงส่งผลให้สำนักข่าวทั้งหลายต่างเฝ้ามารอคอยทำข่าวในวันงานมากขึ้นไปอีก เพื่อรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ?  แน่นอนว่าภายในงานดังกล่าวอาจมีรุ่นท็อป รุ่นกลาง รุ่นประหยัดงบ มาเปิดตัว เพราะฉะนั้นยิ่งมีสื่อมาให้ความสนใจเท่าใด ก็ทำให้การตลาดดำเนินการไปได้ด้วยตัวของมันเอง โดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากนัก

ตามข่าวบอกว่าจะมากสุดถึง 7 รุ่นในปีนี้เลย จากที่ดูสเปก Nokia 6 ใช้วัสดุของตัวเครื่องจากอะลูมิเนียมเกรด 6,000 และมีการใช้แนวออกแบบ Unibody ชิ้นเดียวไร้รอยต่อ ให้หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD ถือว่าใหญ่พอสมควร กล้องหน้ากล้องหลัง หรือแบตเตอรี่ความจุ 3,000 mAh รองรับการชาร์จเร็ว Quick Charge 3.0 รวมถึงมีฟีเจอร์เด่นอื่นๆ ระบบเสียงลำโพงคู่ผนวกด้วยชิปเสียงควมคุมคู่ และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ เป็นต้น ก็ถือว่าน่าสนใจเมื่อมีราคาเปิดตัว เพียง 1,699 หยวน ประมาณ 8,800 บาท ($245) ราคาวางจำหน่ายเท่านี้ เปิดตัวครั้งแรกในประเทศจีนแต่ก็น่าเสียดายตรงชิปเซ็ตประมวลผล น่าจะใช้ซีรีย์ 6xx มากกว่า แต่ Nokia 6 เป็นเพียงก้าวแรกในการเดินทางของเรา จะมีมาอีกในปีคริสต์ศักราช 2017 จากคำกล่าวเปิดตัว ซึ่งใจความว่า " The Nokia 6 marks the first step on our journey, with more to come in 2017.”

Cr.สยามโฟน,สนุก นิวส์