Monday, January 9, 2017

ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย เล็กที่สุดในโลก ลงบนเส้นผม ขนาดเล็กกว่าเส้นผม 10 เท่า ดูผ่าน กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน นวัตกรรม ของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

กล้องไมโครสโคป (Microscope)


ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย เล็กที่สุดในโลก ลงบนเส้นผม ขนาดเล็กกว่าเส้นผม 10 เท่า ดูผ่าน กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน นวัตกรรม ของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 


มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี หรือ มทส. โชว์นวัตกรรม สลักตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยเล็กที่สุดในโลก ลงบนเส้นผม สำหรับตราสัญลักษณ์ของ มทส. เล็กที่สุดในโลก บนเส้นผม นี้มีขนาดเส้นเล็ก 7X10 ตารางไมโครเมตร ซึ่งเล็กกว่าความกว้างของเส้นผมราว 10 เท่า โดยตราสัญลักษณ์มีรายละเอียดชัดเจน เป็นภาพท้าวสุรนารี หรือย่าโม ยืนอยู่ตรงกลาง มีเส้นโค้งงอนหงายขนาบ 2 ข้าง ข้างละ 4 เส้น และมีภาพใบไม้บนเฟืองจักรรองรับฐานของภาพท้าวสุรนารี ซึ่งต้องใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน หรือ กล้องไมโครสโคป (Microscope) แบบส่องกราดประสิทธิภาพสูง ( Field Emission Scanning Electron Microscope) ในการส่องจึงจะสามารถมองเห็นได้

การสลักตราสัญลักษณ์ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เล็กที่สุดในโลก บนเส้นผม ขนาดเล็กกว่าเส้นผม 10 เท่า มีรูป "ย่าโม" ยืนถือดาบอย่างชัดเจน โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Focused lon Beam หรือ FIB ซึ่งเป็นเครื่องมือที่โฟกัสลำไอออน สร้างลวดลายลงบนเส้นผม หรือชิ้นงานอื่นๆ โดยมีความละเอียดในการวาดภาพในระดับนาโนเมตร ซึ่งทำให้มือชนิดนี้เป็นที่แพร่หลาย ในการเรียนการสอนการวิจัยทางด้านนาโนเทคโนโลยีในปัจจุบัน ซึ่งต้องใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน หรือ กล้องไมโครสโคป (Microscope) แบบส่องกราดประสิทธิภาพสูง จึงจะสามารถมองเห็นได้

ในรอบปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐ ภายใต้โครงการ DPL ทำให้สามารถจัดหาเครื่องมือที่ทันสมัยมาใช้ในการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาชีพ โดยส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มครุภัณฑ์กล้องจุลทรรศน์ประสิทธิภาพสูงชนิดอื่นๆ อีก อาทิ Transmission Electron Microscope (TEM) หรือ กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน มีกำลังขยายได้สูงถึง 2,500,000 เท่า ซึ่งสามารถมองเห็นการจัดเรียงตัวของอะตอมในโครงผลึกชนิดต่างๆ ได้ Laser Scanning Confocal Microscope (LSCM) หรือ กล้องจุลทรรศน์แบบคอนโฟคอล ซึ่งใช้แสงเลเซอร์ในการสแกนสร้างภาพ และมีกำลังแยกแยะมากกว่ากล้องไมโครสโคป (Microscope)  ที่ใช้แสงทั่วไป

โดยกล้องจุลทรรศน์แบบคอนโฟคอล ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีนำมาใช้ สามารถสร้างภาพสามมิติของเซลล์ หรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กได้ Atomic Force Microscope (AFM) หรือ กล้องจุลทรรศน์แรงอะตอม สามารถถ่ายภาพบนพื้นผิวที่มีขนาดเล็ก โดยสามารถมีกำลังแยกในระดับอะตอมได้ นอกจากนี้ เครื่องมือ กล้องไมโครสโคป (Microscope) ชนิดนี้ยังมีความสามารถสร้างลวดลายลงบนพื้นผิวเรียบบนชิ้นงานด้วยความละเอียดในระดับนาโนเมตรได้ สำหรับเครื่องมือเหล่านี้ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการค้นคว้าวิจัยโครงสร้างสิ่งที่เล็กระดับนาโนเมตร เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันของคนเราได้

หากต้องการทราบว่าเชื้อโรคบางตัว มีโครงสร้างเช่นใด จากกล้องไมโครสโคป (Microscope) เมื่อทราบแล้ว ก็จะนำข้อมูลที่ได้ไปค้นหาสิ่งที่สามารถฆ่าเชื้อโรคเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดรวมอยู่ที่ห้องปฏิบัติการจุลทรรศน์ของ มทส. ซึ่งห้องปฏิบัติการนี้ได้ถูกจัดตั้งขึ้น เพื่อรวมทรัพยากรในการสนับสนุนการศึกษาและวิจัย โดยเฉพาะเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงเข้าไว้ด้วยกัน ให้ได้ประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ ปีที่ผ่านมา มทส. ยังได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมวิชาการจุลทรรศน์แห่งประเทศไทย โดยจะมีนักวิชาการด้านจุลทรรศน์จากสถาบันต่างๆ ทั่วประเทศ เข้าร่วมเสนอผลงานกว่า 150 คน

Cr.ไทยรัฐ

Sunday, January 8, 2017

น้ำท่วมภาคใต้ อย่างต่อเนื่องถึง 10 ม.ค และ มี 8 จังหวัดภาคใต้ ยังวิกฤติ มียอดผู้เสียชีวิต 19 ราย สูญหายอีก 1 ราย ระวังอันตรายจากดินโคลนถล่ม

น้ำท่วมภาคใต้


น้ำท่วมภาคใต้ อย่างต่อเนื่องถึง 10 ม.ค และ มี 8 จังหวัดภาคใต้ ยังวิกฤติ มียอดผู้เสียชีวิต 19 ราย สูญหายอีก 1 ราย ระวังอันตรายจากดินโคลนถล่ม


ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ถึงปัจจุบัน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและ น้ำท่วมภาคใต้ ฉับพลันใน 10 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร และระนอง รวม 91 อำเภอ 569 ตำบล 4,205 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 330,318 ครัวเรือน 958,602 คน ผู้เสียชีวิต 19 ราย สูญหาย 1 ราย สถานที่ราชการเสียหาย 5 แห่ง ถนน 218 จุด คอสะพาน 59 แห่ง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ ยะลา และระนอง ยังคงมีสถานการณ์ใน 8 จังหวัด รวม 85 อำเภอ 523 ตำบล 4,020 หมู่บ้าน  และขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

โดยในภาพรวมสถานการณ์ น้ำท่วมภาคใต้ ในปัจจุบันยังมีฝนตกในพื้นที่ ระดับน้ำลดลง ยกเว้นจังหวัดนครศรีธรรมราช และชุมพร ระดับน้ำเพิ่มขึ้น และนราธิวาส ระดับน้ำทรงตัว ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว รวมถึงแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่ พร้อมรถบรรทุกขนาดใหญ่ เรือท้องแบนอำนวยความสะดวกในการสัญจรแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจและจัดทำบัญชีผู้ประสบภัยและทรัพย์สินที่เสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ โดยด่วนต่อไป

อย่างไรก็ตาม น้ำท่วมภาคใต้  จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงยังคงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมทะเลอันดามันตอนล่างและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่ 13 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล โดยจากการติดตามคาดการณ์ปริมาณฝน พบว่า หลายพื้นที่ยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่อง แต่ปริมาณฝนลดลงเหลือไม่เกิน 100 มิลลิเมตร อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้ยังมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ฝั่งตะวันตก เคลื่อนตัวไปทางทิศเหนืออย่างช้าๆ ทำให้พื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงา ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช มีฝนตกเพิ่มขึ้นจนถึงวันที่ 10 ม.ค.

จากการเผ้าติดตามสถานการณ์ น้ำท่วมภาคใต้  พบว่าหลายพื้นที่ยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ดินอิ่มตัวและชุ่มน้ำ จึงได้ประสานแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณที่ลาดเชิงเขาใน 3 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (อ.พิปูน อ.ลานสกา อ.ร่อนพิบูลย์), สุราษฎร์ธานี (อ.พนม อ.คีรีรัฐนิคม อ.เกาะสมุย อ.เกาะพะงัน) และชุมพร (อ.ฉวี อ.หลังสวน) ให้ระมัดระวังอันตรายจากดินโคลนถล่มในระยะนี้ รวมถึงประสานให้ 3 จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย จัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยเฝ้าระวังสถานการณ์ ตรวจวัดปริมาณน้ำฝน และระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญ พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยประจำจุดเสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้  น้ำท่วมภาคใต้ โรงพยาบาลทุกแห่งที่ถูกน้ำท่วมเปิดให้บริการตามปกติแล้ว และทีมปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินจากจังหวัดพังงา กระบี่ ภูเก็ต ระนอง ได้เข้ามาสนับสนุนที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้การดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินขั้นต้น ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตก่อนส่งรักษาต่อ นอกจากนี้ ได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการ ณ จุดต่างๆ และศูนย์อพยพ รวม 64 ทีม มีผู้มารับบริการและให้ความรู้ด้านสุขศึกษาสู้วิกฤติภัยน้ำท่วม ประมาณ 10,000 คน พร้อมจัดทีมหมอครอบครัวดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ที่ติดอยู่ในบ้านน้ำท่วม ไม่สามารถมาพบแพทย์ได้ตามนัด หรือรับยาสามารถให้ขอความช่วยเหลือได้จากเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร สาธารณสุข หรือโทรศัพท์สายด่วน 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง

ล่าสุด  น้ำท่วมภาคใต้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 43 เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากภาคใต้ตอนล่าง และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณด้านตะวันตกของจังหวัดกระบี่ กำลังเคลื่อนตัวทางทิศเหนืออย่างช้าๆ คาดว่าจะเคลื่อนผ่านจังหวัดภูเก็ตและพังงาในคืนวันที่ 8 ม.ค. แล้วจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวมะตะบัน ประเทศเมียนมา ในวันที่ 9-10 ม.ค. ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่อง และยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราชและพัทลุง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและปริมาณฝนที่ตกสะสมที่อาจทำให้น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 10 ม.ค.

Cr.ไทยโพสต์

Friday, January 6, 2017

นวัตกรรมล่าสุด การผ่าตัดสมอง ด้วยการใช้เลเซอร์ ที่มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เสียเนื้อสมองน้อยลง

กล้องไมโครสโคป (Microscope)


นวัตกรรมล่าสุด การผ่าตัดสมอง  ด้วยการใช้เลเซอร์ ที่มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เสียเนื้อสมองน้อยลง


สมองมีความสำคัญมากสำหรับร่างการของเรา การที่สมองทำงานบกพร่อง การใช้ชีวิตประจำวันบางส่วนก็จะเริ่มผิดปกติ รวมถึงมีโรคภัยต่างๆตามมา การดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรง ควบคุมความเครียด จึงถือเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสมองให้ทำงานได้ดี มีประสิทธิภาพสูงสุด ปัจจุบันแนวทางการรักษาเนื้องอกในสมองมีอยู่ 3 วิธีใหญ่ๆ คือ การผ่าตัดโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ การฉายรังสี และการให้ยาเคมีบำบัด ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเลือกแนวทางการรักษาโดยพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น อาการของผู้ป่วย ตำแหน่งของเนื้องอก และขนาดของเนื้องอก

หากผู้ป่วยมีเนื้องอกที่มีลักษณะไม่ใช่เนื้อร้าย หรือมะเร็ง เนื้องอกที่ไม่ได้เกิดอาการและมีขนาดเล็กมาก อยู่ในตำแหน่งของสมองที่ไม่ได้ทำให้เกิดการสูญเสียการทำงานของร่างกาย คุณหมอก็อาจเพียงแค่ติดตามอาการ เพื่อดูว่ามีการขยายตัวของเนื้องอกเพิ่มขึ้นหรือไม่ ถ้ามีการขยายตัวเพิ่มขึ้นจึงค่อยทำการรักษา แต่ถ้าเนื้องอกมีขนาดใหญ่และทำให้เกิดอาการบางอย่าง เช่น อ่อนแรงหรือปวดศีรษะมาก ก็จำเป็นต้องทำการผ่าตัดโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ หรือ การใช้ กล้องไมโครสโคป (Microscope)เพื่อเอาก้อนเนื้องอกออกไป ในกรณีที่ผ่าตัดเนื้องอกออกไปแล้ว หากพบว่าเป็นเนื้อร้ายก็อาจต้องทำการฉายรังสีหรือให้ยาเคมีบำบัดร่วมด้วย

ดูไปแล้วก็เหมือนการรักษาโดยทั่วไป ที่มีขั้นตอนการรักษาตามวิถีทางการแพทย์ อย่างการผ่าตัดโดย การใช้ กล้องไมโครสโคป (Microscope) บวกกับสารเรืองแสง ช่วยให้เห็นส่วนที่เป็นเนื้องอกดีขึ้น เท่านั้น แต่การผ่าตัดเนื้องอกในสมองไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ เพราะเนื้อสมองเมื่อถูกตัดออกไปแล้ว ไม่สามารถงอกออกมาผสานส่วนที่ถูกตัดออกไปได้ ซึ่งแน่นอนว่า ความสามารถในการใช้อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งอาจต้องสูญเสีย หรือถูกลดทอนลง และทุกพื้นที่ในสมองก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่ในบางตำแหน่งก็อาจจะตัดออกได้มาก และในบางตำแหน่งอาจตัดได้น้อยเพราะเป็นส่วนที่สำคัญมาก ซึ่งบางครั้งเนื้องอกจะแทรกไปตามส่วนสำคัญของสมองทั้งหมดในการผ่าตัด บางครั้งก็ไม่สามารถแยกได้ชัดเจนระหว่างเนื้องอกกับเนื้อของสมองเอง

เท่าที่ผ่านมามีเทคนิคหลายอย่างเพื่อช่วยในการผ่าตัด เช่น การใช้สารเรืองแสงบางชนิด ซึ่งสารนี้จะทำให้เนื้องอกในกลุ่มที่เป็นเนื้องอกร้ายแรงมีลักษณะเรืองแสงขึ้นมาให้เห็นเด่นชัด นอกจากนั้น ยังมีการผ่าตัดโดยการใช้ Computer based เป็นตัวไกด์ตำแหน่งของเนื้องอก รวมถึงขอบเขตของเนื้องอก ใช้คอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ในการจำลองเนื้องอกและแนวทางของเส้นประสาทของสมอง และยังมีการอัลตราซาวนด์เพื่อดูขอบเขตของเนื้องอก แต่วิธีทั้งหมดนี้ก็ยังมีอุปสรรคในขั้นตอนของการผ่าตัดอยู่ เพราะเมื่อทำการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะขึ้นมา ภาพที่เราเห็นจากในคอมพิวเตอร์กับเนื้อสมองของจริงจะมีความแตกต่างกัน สมองอาจจะเลื่อนตำแหน่งจากเดิม เนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก และการใช้ กล้องไมโครสโคป (Microscope) บวกกับสารเรืองแสง แม้จะช่วยให้เห็นส่วนที่เป็นเนื้องอกดีขึ้น แต่ก็ทำได้เฉพาะในกลุ่มที่เป็นเนื้องอกร้ายแรงเท่านั้น

นวัตกรรมล่าสุดในปัจจุบันมีการคิดค้นเครื่องมือที่เรียกว่า ไทม์ รีซอลว์ เลเซอร์ (Time Resolved Laser Device) เป็นการใช้เลเซอร์ที่ไม่มีอันตรายต่อคนเรายิงเข้าไปที่เนื้องอกในสมอง สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ จะมีพลังงานเข้าไปในตัวเนื้อเยื่อที่กระทบถูกเลเซอร์ พลังงานที่เข้าไปนี้ในที่สุดก็จะสะท้อนกลับออกมา ช่วยให้แพทย์สามารถทราบได้ถึงลักษณะของเนื้อเยื่อที่สะท้อนพลังงานออกมา และแยกได้ว่าเป็นเนื้อเยื่อประเภทใด ขนาดเท่าไหร่ การใช้ไทม์ เลเซอร์ รีซอลว์จะทำให้สามารถตัดเนื้องอกได้มากเพิ่มขึ้น กำหนดขอบเขตได้ดีขึ้น เสียเนื้อสมองน้อยลง ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อพัฒนาให้สมบูรณ์แบบ

เมื่อไม่นานมานี้ ประเทศไทยเราได้มีโอกาสอัพเดตความก้าวหน้าทางการแพทย์ในการผ่าตัดเนื้องอกสมองและมะเร็งสมองจากศัลยแพทย์สมองชื่อดังของโลก ศ.นพ.คีธ แอล. แบล็ค (Keith L. Black) ผู้อำนวยการสถาบันศัลยกรรมระบบประสาทแมกซีน ดันนิทซ์ แห่งซีดาร์-ไซไนน์ เมดิคัล เซ็นเตอร์, ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ว่า เป็น 1 ใน 20 บุคคลที่ทรงคุณค่าในศตวรรษที่ 21 และยังเคยขึ้นหน้าปกและลงตีพิมพ์เป็นบทความในนิตยสารไทม์ พ.ศ.2540 ในฐานะหนึ่งในวีรบุรุษทางการแพทย์ (Heroes of Medicine) เขามีผลงานบทความด้านวิทยาศาสตร์กว่า 260 เรื่อง ซึ่งมีคนในวงการเดียวกันคอยติดตามศึกษามาโดยตลอด ผลงานของเขายังถูกนำไปเป็นหัวข้อพูดคุยในสื่อระดับโลกต่างๆอย่างต่อเนื่องจำนวนมาก

คุณหมอแบล็คกล่าวว่า “ปัจจุบันเทคโนโลยีในการผ่าตัดสมองได้ก้าวไปไกลมาก จากเดิมการใช้ กล้องไมโครสโคป (Microscope) บวกกับสารเรืองแสง เป็นใช้เลเซอร์ ทำให้การผ่าตัดสมองมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ล่าสุดได้มีการวิจัยร่วมกับ BDMS ในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการผ่าตัดสมองโดยสูญเสียพื้นที่สมองส่วนดีน้อยที่สุด ซึ่งนี่เป็นเพียงก้าวแรกของการยกระดับความก้าวหน้าทางการแพทย์ด้านศัลยกรรมสมอง ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยด้วยโรคเนื้องอกหรือมะเร็งสมองในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ได้ง่ายและได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ เพราะสมองมีความแตกต่างจากอวัยวะส่วนอื่น ซึ่งเมื่อสูญเสียไปแล้วไม่สามารถสร้างเซลล์เพิ่มขึ้นมาได้อีก แม้ในปัจจุบันการผ่าตัดเนื้องอกในสมองจะมีวิวัฒนาการใหม่ๆเข้ามาสนับสนุนมากมาย แต่เครื่องมือและเทคโนโลยีเพื่อการตัดสินใจว่า จะต้องผ่าตัดในสมองออกไปกว้างเท่าใดจึงจะปลอดภัยต่อการลุกลามของโรค และรักษาพื้นที่สมองส่วนที่ดีเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อประสิทธิภาพของการทำงานเชื่อมต่อกับอวัยวะอื่นๆของร่างกายในภายหลังนั้น คือความยากในการผ่าตัด ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์และการวิจัยอย่างรอบคอบในการวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยในเวลาที่จำกัด แต่ด้วยความร่วมมือกับ BDMS ในครั้งนี้จะทำให้ผู้ป่วยอีกมากมายในซีกโลกตะวันออก ที่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเนื้องอกสมอง จะมีทางเลือกในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเปี่ยมประสิทธิภาพที่มีอยู่ในขณะนี้”

สมอง ทำหน้าที่หลักในการควบคุมและสั่งการการเคลื่อนไหว จดจำพฤติกรรม และรักษาสมดุลภายในร่างกาย เช่น การเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต สมดุลของเหลวในร่างกาย และอุณหภูมิจำนวนเซลล์สมองที่มีมากถึง 1-1.2 หมื่นล้านเซลล์ อัดแน่นอยู่ภายในสมองเล็กๆของเรา โดยแต่ละเซลล์สมองมีเส้นใยในการเชื่อมต่อคลื่นกระแสไฟฟ้าเคมีถึงกัน ในอนาคตยังจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆที่ช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับสมองถูกคิดค้นขึ้นมาอีกมากมาย โดยเฉพาะโรคที่กำลังเพิ่มสถิติมากขึ้นในแต่ละปีอย่างอัลไซเมอร์ ถ้าเมืองไทยเราได้เป็นศูนย์กลางการรักษาโรคเกี่ยวกับสมองในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ก็จะช่วยให้ผู้ป่วยจำนวนมากได้รับการเยียวยาโดยไม่ต้องเดินทางไปรักษายังประเทศที่ห่างไกล แต่ทั้งนี้ การรักษาสุขภาพของเราให้แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย ย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุดครับ

Cr.ข่าวไทยรัฐ

สิงโตน้ำเงินคราม "เชลซี" พ่าย "ไก่เดือยทอง" ศึกพรีเมียร์ลีก จอห์น โอบี มิเกล กองกลาง "เชลซี" อำลา สู่อ้อมกอด แดนมังกร เทียนจิน เทด้า เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เชลซี


สิงโตน้ำเงินคราม "เชลซี" พ่าย "ไก่เดือยทอง" ศึกพรีเมียร์ลีก จอห์น โอบี มิเกล กองกลาง "เชลซี" อำลา สู่อ้อมกอด แดนมังกร เทียนจิน เทด้า เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันพุธที่ 4 มกราคมนี้ เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี "ลอนดอนดาร์บีแมทช์" ระหว่าง "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมจ่าฝูงที่มี 49 แต้มจาก 19 นัด จะเปิดไวท์ ฮาร์ท เลน ต้อนรับ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ทีมอันดับ 4 แข่ง 19 นัด มี 39 แต้ม เวลา 03.00 น.เกมนี้ที่ผ่านมา สุดท้าย "ไก่เดือยทอง"  ชัยชนะเหนือเชลซี นักเตะทีมไก่เดือยทองหลายราย ระบายความรู้สึกสะใจในชัยชนะเหนือเชลซีเมื่อคืนที่ผ่านมา ด้วยการอัพรูปลงโซเชียล เน็ตเวิร์ก เริ่มจาก แยน แฟร์ต็องเก้น อัพรูปและเขียนแคปชั่นว่า "What a night" (ค่ำคืนที่ยอดเยี่ยมอะไรอย่างนี้)  ขณะที่โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ลงภาพนักเตะไปฉลองชัยกับแฟนบอลที่สแตนด์ และเขียนแคปชั่นว่า "ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น" (No words need)

หลังจากทราบผลศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ระหว่าง "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซีทีมจ่าฝูงที่มี 49 แต้มจาก 19 นัด กับ "ไก่เดือยทอง" แล้ว ได้ข่าวเคร่า ๆ ว่า จอห์น โอบี มิเกล กองกลางตัวรับชาวไนจีเรีย กลายเป็นแข้งรายล่าสุดที่ย้ายไปค้าแข้งในประเทศจีนหลังจากเซ็นสัญญากับทัพ เทียนจิน เทด้า เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อดีตกองกลางของเชลซีตัดสินใจยุติช่วงเวลา 10 ปีกับสโมสรหลังจากที่ในช่วงหลัง เขาไม่ได้รับโอกาสลงสนามมากนัก ทำให้ตกเป็นข่าวมาตลอดว่าเตรียมจะเก็บข้าวของออกจากถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ล่าสุด เจ้าตัวก็ได้เข้าตรวจร่างกายกับสโมสรแดนมังกรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะได้ค่าเหนื่อยราว 140,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

จอห์น โอบี มิเกล กองกลางตัวรับชาวไนจีเรีย มากประสบการณ์ของเชลซี เป็นนักเตะดังรายล่าสุดที่ย้ายมาโกยเงินหยวนในลีกแดนมังกร หลังตกลงย้ายมาเล่นกับ เทียนจิน เทด้า แบบไม่มีค่าตัว เพราะจะหมดสัญญาตอนจบซีซั่น แต่ฟันค่าเหนื่อยอู้ฟู่ ตกสัปดาห์ละกว่า 140,000 ปอนด์ (ราว 6.8 ล้านบาท) จอห์น โอบี มิเกล กองกลางตัวรับชาวไนจีเรียวัย 29 ปี เข้ารับการตรวจร่างกายกับ เทียนจิน ทีมเมืองท่า ที่ห่างจาก กรุงปักกิ่ง ราวๆ 130 กิโลเมตร อย่างผ่านฉลุย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม และจากวันนั้น ในวันศุกร์ที่ 6 มกราคม สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ก็ยืนยันข้อตกลงการย้ายทีม  

จอห์น โอบี มิเกล กองกลางตัวรับชาวไนจีเรีย รับใช้ เชลซี นานมากกว่า 10 ปี และได้รับรางวัลเป็นการย้ายทีมแบบฟรีๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย และ มิเกล จะไปรับค่าจ้างเตะบอลแบบเนื้อๆ เน้นๆ สัปดาห์ละกว่า 140,000 ปอนด์ โดยเขาจะมาเล่นร่วมกับ เนมานย่า กูเดลจ์ ห้องเครื่องเซิร์บ ที่ย้ายมาจาก อาแจ็กซ์ เมื่อวันพฤหัสบดี ขณะที่ ออสการ์ แข้งแซมบ้า ที่ร่วมงานกันที่เชลซี ย้ายมาเล่นในจีนกับ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี

นอกจากนี้ เมื่อวันพฤหัสบดี(5 มกราคม 2560) ข่าวเชลซีชี้แจงกับคณะกรรมการทางวินัยเกี่ยวกับ วัฒนธรรมของสโมสร ที่มีการเปลี่ยนแปลงภายใต้การคุมทีมของอันโตนิโอ้ คอนเต้ ก่อนเริ่ม โทษปรับ 1แสนยูโร สำหรับการก่อเหตุวุ่นวายในตอนท้ายแมทช์การแข่งขันที่เอาชนะ แมนซิตี้ เมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ที่เป็นผู้ชนะใน เอติฮัดสเตเดี้ยม ได้รับการลงโทษมากกว่าแมนซิตี ที่ถูกปรับเพียง35,000ยูโร แม้คณะกรรมการอิสระจะหาทางลงโทษให้เท่าเทียมกันก็ตาม ทั้งนี้เหตุผลที่แถลงผ่านทวิตเตอร์โดยสมาพันธ์ฟุตบอลสำหรับการลงโทษ

แสดงให้เห็นว่า ทั้ง2สโมสรยอมรับว่ามีการละเมิดกฎการควบคุมผู้เล่นและเจ้าหน้าที่จริงทั้งนี้ความผิด6ครั้งย้อนหลังไปถึงปี2011 และ5ครั้งนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์2015ได้รับการพิจารณาก่อนการการลงโทษของเชลซีจะถูกยอมรับ ตัวแทนของเชลซี ออกมายอมรับว่าจะถูกลงโทษเพิ่มขึ้นจากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งไม่สามารถโต้แย้งได้แน่นอนแต่วัฒนธรรมของสโมสรได้รับการเปลี่ยนแปลงภายใต้ผู้จัดการคนใหม่ของทีม แล้วซึ่งรวมเหตุการณ์ที่ถูกลงโทษนับครั้งล่าสุดนี้เป็นครั้งที่7 เชลซีจะถูกปรับทั้งหมด ราว495,000สหรัฐฯขณะที่แมนซิตี้ไม่มีมลทินมาก่อน ซึ่งการลงโทษจากคณะกรรมการครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าเชลซีถูกลงโทษทางการเงินอย่างหนัก รายงาน ณ 5มกราคม 2560

Cr.ข่าวเนชั่น,FOURFOURTWO

Wednesday, January 4, 2017

คำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2560 'เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง' กระทรวงศึกษาธิการร่วม จัดงานวันเด็กแห่งชาติ และ จัดพิมพ์หนังสือวันเด็ก “ต้นกล้าของพ่อ”

คำขวัญวันเด็ก


คำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2560 'เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง' กระทรวงศึกษาธิการร่วม จัดงานวันเด็กแห่งชาติ และ จัดพิมพ์หนังสือวันเด็ก “ต้นกล้าของพ่อ”


คำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2560 'เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง' พร้อมจัดพิมพ์หนังสือ “ต้นกล้าของพ่อ” ชูแนวคิด “ดินแดนแห่งความสุข ตามรอยศาสตร์ของพระราชา”  โดยนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงเรื่อง คำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2560 ว่า ได้เน้นเรื่องการพัฒนาประเทศทั้งหมด ซึ่งตนเขียนขึ้นมาเอง เนื่องจากในวันเด็กตนก็พูดถึงเด็ก จะเห็นว่าตนพูดในเรื่องการพัฒนาประเทศทั้งสิ้น โดยคำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2560 คือ "เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง" พร้อมแต่งเพลง 'สะพาน' เป็นการแต่งเพลงเพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชน และข้าราชการ เนื่องจาก ปี 2560 เป็นปีที่สำคัญต่อการเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตย รวมทั้งมีกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติและพิมพ์หนังสือวันเด็ก “ต้นกล้าของพ่อ”
     
ในวันนี้ ที่กระทรวงศึกษาธิการ จัดแถลงข่าวจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 2560 ภายใต้แนวคิด “ดินแดนแห่งความสุข ตามรอยศาสตร์ของพระราชา”โดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติครั้งแรกเมื่อปี 2498 และจัดมาอย่างต่อเนื่องทุกปี สำหรับงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 2560 นับเป็นครั้งที่ 62 ภายใต้แนวคิด “ดินแดนแห่งความสุข ตามรอยศาสตร์ของพระราชา” ซึ่งปีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญวันเด็กปีนี้ว่า “เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง” สำหรับการจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติในวันเสาร์ที่ 14 ม.ค. 2560 ที่สนามเสือป่า ระหว่างเวลา 08.30 - 16.30 น. มีกิจกรรมมากมายให้เด็กและเยาวชนที่มาร่วมงาน ได้สัมผัสประสบการณ์อันจะสร้างความประทับใจจากความสุขที่ไม่รู้ลืมจากแผ่นดินของพ่อ
     
กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดพิมพ์หนังสือวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2560 นี้ ใช้ชื่อว่า “ต้นกล้าของพ่อ” มีเนื้อหาสำคัญ ได้แก่ ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ความผูกพัน การเล่าประสบการณ์ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สำนึกรักบ้านเกิด ผู้สูงอายุ การประหยัด การมีคุณธรรม ครอบครัว ความเป็นไทย ความซื่อสัตย์ การทำตัวให้มีคุณค่า ความกตัญญู และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยจัดพิมพ์จำนวน 300,000 เล่ม จำหน่ายราคาเล่มละ 15 บาท

ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัด ศธ. กล่าวเสริมว่า กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ปี 2560 ประกอบด้วย 2 กิจกรรมหลัก โดยกิจกรรมแรก คือ การนำเด็กและเยาวชนดีเด่นและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ จำนวน 779คน เข้าเยี่ยมคารวะและรับโล่รางวัลและรับโอวาทจาก นายกรัฐมนตรี ในวันที่11 ม.ค. 2560 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ส่วนกิจกรรมที่ 2 การฉลองวันเด็กแห่งชาติ วันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2560 ระหว่างเวลา 08.00 - 16.30 น. ที่สนามเสือป่า กรุงเทพฯ โดยมี นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน เวลา 08.30 น. ได้มอบ คำขวัญวันเด็ก ปีนี้ว่า “เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง”
     
เด็ก เยาวชน ที่เข้าร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ปี 2560 ที่สนามเสือป่าจะได้เรียนรู้ด้วยตนเองผ่านปฏิบัติ ซึ่งกิจกรรมที่นำมาจัดนั้นล้วนน้อมนำแนวพระราชดำริและคำสอนของพ่อหลวงมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำรงชีวิต ซึ่งกิจกรรมต่างๆ จะพิเศษกว่าทุกปีที่ผ่านมา ชูแนวคิด “ดินแดนแห่งความสุข ตามรอยศาสตร์ของพระราชา”  ทั้งนี้ ภายในงานมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมกันเปิดบูธกว่า20 บูธ แบ่งเป็น 6 สถานี ได้แก่ สถานีที่ 1 เวทีกลาง (Main Stage)
     
ส่วน สถานีที่ 2สถานีพระอัจฉริยภาพ (King Bhumibol Adulyadej’s Talents) เป็นโซนกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชน ได้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 อาทิ พระอัจฉริยภาพด้านกีฬา พระอัจฉริยภาพด้านดนตรี พระอัจฉริยภาพด้านงานศิลปะวาดภาพ / ถ่ายภาพ พระอัจฉริยภาพด้านภาษา และ พระอัจฉริยภาพด้านวรรณกรรม สถานีที่ 3สถานีพอเพียง (Philosophy of Sufficiency Economy) เป็นโซนกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนเรียนรู้เข้าใจรูปแบบและความหมายของความพอเพียง ที่แสดงถึง ความพอมี พอกิน พอใช้ของประชาชน จัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ อาทินิทรรศการแปลงนาเกษตรทฤษฎีใหม่กิจกรรมจัดทำสมุดบันทึกทำมือจากกระดาษรีไซเคิลการเพาะชำต้นหญ้าแฝก และกิจกรรมงานฝีมือ
     
จากนั้น สถานีที่ 4 สถานีนวัตกรรม (Innovation) เป็นโซนกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชน ได้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพด้านการทรงงานของในหลวง รัชกาลที่ 9ในการเป็นนักประดิษฐ์ คิดค้น และประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ มากมาย อาทิ เรือใบ กังหันน้ำชัยพัฒนา ฯลฯ จัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ผ่านสถานีกิจกรรมย่อยต่างๆ อาทิ กิจกรรมเยาวชนนักประดิษฐ์ ผ่านอุปกรณ์เครื่องต่อกีโก้ กิจกรรมห้องทดลอง (ทดลองทำน้ำมันไบโอดีเซล) และ กิจกรรมการเล่นเกมตอบปัญหา เป็นต้น
     
ตามมาด้วย สถานีที่ 5 สถานีธรรมมะจากพระราชา (King Bhumibol Adulyadej’s Dhamma) เป็นโซนกิจกรรมที่มุ่งเน้นการให้ความรู้ในเรื่องของธรรมะของพระราชา และจัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ผ่านสถานีกิจกรรมย่อยต่างๆ อาทิ การฝึกจิตโดย พระอาจารย์ ธัมมทีโป ภิกขุ กิจกรรมฝึกสมาธิจากงานฝีมือกิจกรรมรับฟังธรรมจากพระราชา จากพระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าชิคาโก สหรัฐอเมริกากิจกรรมเล่นเกมตอบปัญหา
     
และสุดท้าย สถานีที่ 6 สถานีอิงลิช ฟอร์ ฟัน (English for Fun) เป็นโซนกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชน เพิ่มพูนความรู้จากการศึกษาเล่าเรียน ทั้งจากในตำราและในโรงเรียน หรือการเรียนรู้การใช้ชีวิต และความจำเป็นของภาษาอังกฤษ ในปัจจุบัน สอดคล้อง คำขวัญวันเด็ก ปีนี้ว่า “เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง”  โดยการจัดทำบอร์ดนิทรรศการให้ความรู้ “พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน” พร้อมจัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ผ่านสถานีกิจกรรมย่อยต่างๆ อาทิเกม Crossword ภาษาอังกฤษกิจกรรมตอบปัญหาและเล่นเกมเกี่ยวกับภาษาอังกฤษกิจกรรมสนทนากับเจ้าของภาษาโดยครูสอนภาษาอังกฤษชื่อดัง แอนดรูว์ บิ๊ก พร้อมกิจกรรมเวทีตำรวจกิจกรรมจากลูกเสือ เป็นต้น
     
ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าวต่อว่า ภายในงานมีไฮไลท์ ได้แก่ นายกรัฐมนตรีแจกของขวัญให้เด็กๆ เช่น ตุ๊กตา ของเล่น สมุดหนังสือ ขนม เป็นต้น การเขียนไปรษณียบัตร “คำสัญญา...ทำดีถวายในหลวงรัชกาลที่ 9” โดยเด็ก เยาวชน เขียนชื่อ-ที่อยู่ ของตัวเอง เพื่อส่งกลับไปให้ตัวเอง ส่วนเวทีกลาง จะมีกิจกรรม อย่างการสัมภาษณ์พูดคุยกับศิลปินดาราการเล่นเกมตอบคำถามการแสดงต่างๆ เช่น ร้องเพลง “พระราชาในนิทาน”การมอบของขวัญของรางวัลพร้อมทั้งการฉายภาพยนตร์ แอนิเมชั่นเรื่องพระมหาชนก เป็นต้น
     
ด้าน พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลดุสิต กล่าวว่า วันเด็กแห่ชาติ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ 300 นาย เพื่อดูแลความปลอดภัยในพื้นที่บริเวณจัดงาน รวมทั้งอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับผู้ปกครองที่พาบุตรหลานมาร่วมงาน อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือกับพ่อแม่ผู้ปกครองให้ดูแลเด็ก เยาวชนอย่างใกล้ชิด และจัดทำบัตร เขียนชื่อผู้ปกครอง ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกางเกงของเด็ก เพื่อสะดวกในการติดต่อกรณีเด็กผลัดหลง ถ้าหากมีเหตุด่วนเหตุร้าย ติดต่อสถานีตำรวจนครบาลดุสิต โทร.02-241-5043-4

Cr.ผู้จัดการ

แผ่นดิกส์ 5 มิติ จุข้อมูลได้ 360TB อยู่ได้นาน 13.8 พันล้านปี บันทึกและอ่านข้อมูลด้วยแสง ผ่าน กล้องจุลทรรศน์

กล้องไมโครสโคป (Microscope)


แผ่นดิกส์ 5 มิติ จุข้อมูลได้ 360TB อยู่ได้นาน 13.8 พันล้านปี บันทึกและอ่านข้อมูลด้วยแสง ผ่าน กล้องจุลทรรศน์


ล่าสุดทีมนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยเซาแธมป์ตัน (Optoelectronics Research Centre หรือ ORC) ได้ออกมาเปิดเผยถึงอุปกรณ์การเก็บข้อมูลแบบใหม่ที่ใช้กระบวนการดิจิทัล 5 มิติในการกักเก็บข้อมูล ลงบนดิสก์ขนาดเท่าเหรียญ 10 บาท การเขียนบันทึกข้อมูลด้วยแสงและอ่านข้อมูลด้วยแสงผ่าน กล้องไมโครสโคป (Microscope) ซึ่งคุณสมบัติที่ได้นั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว แต่ยังไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ สำหรับแผ่นดิกส์เก็บข้อมูล มาพร้อมกับคุณสมบัติเก็บข้อมูลได้สูงสุดถึง 360TB และใช้งานได้แม้จะอุณหภูมิสูงถึง 1000 องศาเซลเซียส อีกทั้งในส่วนของอายุการใช้งานอาจเรียกได้ว่าชั่วนิรันดร์ กับ 13.8 พันล้านปี ณ อุณหภูมิห้อง 190 องศา

โดยกระบวนการเก็บข้อมูลบนแผ่นดิกส์แบบ 5 มิติ มีหลักการดังต่อไปนี้จะมีการยิงคลื่นแสงเลเซอร์ระยะสั้นด้วยความเข้มข้นสูง ที่ระดับความเร็วสูงสุด (ultrafast laser) ลงบนแผ่นดิกส์ โดยไฟล์จะถูกเขียนลงบน 3 จุดเลเยอร์ในระดับนาโนเทคโนโลยีห่างกันจุดละ 5 ไมโครเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาข้อมูล ส่วนวิธีการอ่านข้อมูล ทีมวิจัยได้ระบุว่าใช้หลักการเดียวกับการบันทึก เพียงแต่คราวนี้จะนำแสงมารวมตัวกันด้วย กล้องไมโครสโคป (Microscope) เป็นกล้องจุลทรรศน์ คล้ายการสะท้อนของแสง เพื่ออ่านข้อมูล สามารถจุข้อมูลได้ 360TB คงอยู่ได้นาน 13.8 พันล้านปีเลยที่เดียว

อย่างไรก็ดีก็เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไมอยู่ดีๆ ทีมนักวิจัยถึงได้พยายามคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวให้เป็นจริง โดยมีแรงบันดาลใจมาจากแท่งแก้วคริสตัลกักเก็บความทรงจำที่เราเคยเห็นกันในภาพยนตร์ Superman นั่นเองซึ่งใช้หลักการเดียวกันคือ การเขียนบันทึกข้อมูลด้วยแสงและอ่านข้อมูลด้วยแสงผ่าน กล้องไมโครสโคป (Microscope) จากการสะท้อนของแสง ทั้งนี้แผ่นดิกส์เก็บข้อมูลแบบ 5 มิติได้เริ่มทดสอบการเก็บข้อมูลอย่างเป็นทางการแล้ว อาทิเช่น เอกสารปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights) รวมถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญ (Magna Carta) และพระคัมภีร์ฉบับ King James เสมือนเป็นการปกป้องข้อมูลสำคัญของมนุษยชาติเลยทีเดียว

คงต้องบอกว่าเทคโนโลยี five-dimensional data storage หรือแผ่นดิกส์เก็บข้อมูลแบบ 5 มิติ บันทึกข้อมูลและอ่านข้อมูลผ่านกล้องจุลทรรศน์ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญต่อวงการการเก็บข้อมูล ท้ายที่สุดแล้วจะมีการนำออกมาใช้ในวงกว้างหรือไม่ เราก็คงต้องติดตามกันต่อไปครับ เพราะประการสำคัญคือต้องมีวิธีการเขียนและอ่านที่ง่ายกว่านี้เสียก่อน เรียกได้ว่าเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างไม่สิ้นสุดจริงๆ โดยหลายสิ่งหลายอย่างก็ถูกพัฒนาให้มีความสามารถที่ไม่น่าเชื่อ

Cr.สยามโฟน

ยื่นภาษี บุคคลธรรมดา ไม่ต้องมี บัญชีพร้อมเพย์ ก็ได้ กรมสรรพากรไม่ได้บังคับให้ ผู้เสียภาษีเงินได้ ต้องเปิดบัญชีพร้อมเพย์

ยื่นภาษี


ยื่นภาษี บุคคลธรรมดา ไม่ต้องมี บัญชีพร้อมเพย์ ก็ได้ กรมสรรพากรไม่ได้บังคับให้ ผู้เสียภาษีเงินได้ ต้องเปิดบัญชีพร้อมเพย์


กรณีที่มีข่าวการยื่นภาษีออกมาว่า ผู้ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เกิน และได้เปิดบัญชีพร้อมเพย์ไว้แล้ว จะได้รับเงินคืนภาษีจากกรมสรรพากรโดยการโอนเงินผ่านช่องทางใหม่คือระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) จะรวดเร็วกว่าเดิม ซึ่ง กรมสรรพากรไม่บังคับให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต้องเปิดบัญชีพร้อมเพย์ โดยการผูกเลขบัตรประชาชน 13 หลักเพื่อขอรับคืนค่าลดหย่อนภาษี เพราะกรมสรรพากรยังสามารถคืนเงินค่าลดหย่อนภาษีทางไปรษณีย์ได้ตามปกติ นายสมชาย แสงรัตนมณีเดช รองอธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร ได้เปิดเผยว่า      

กรมสรรพากรได้กำหนดเวลาของการยื่นภาษีแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.91) ประจำปีภาษี 2559 ซึ่งจะเริ่มยื่นแบบฯ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 มีนาคม 2560 จึงขอให้ผู้ที่มีเงินได้ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนดยื่นแบบแสดงรายการ พร้อมใช้สิทธิหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนต่างๆ ให้ถูกต้อง กรมสรรพากรแนะนำให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านทางอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th หรือจะยื่นผ่าน Rd smart tax application ทางโทรศัพท์มือถือ ก็จะได้รับความสะดวกรวดเร็ว
     
สำหรับกรณีการยื่นภาษี ผู้ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เกิน และได้เปิดบัญชีพร้อมเพย์ไว้แล้ว จะได้รับเงินคืนภาษีจากกรมสรรพากรโดยการโอนเงินผ่านช่องทางใหม่คือระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) จะรวดเร็วกว่าเดิม คือ ภายใน 1 วัน ส่วนผู้ที่ยังไม่พร้อมที่จะสมัครใช้บริการพร้อมเพย์ (PromptPay) กรมสรรพากรก็ยังจะคืนเงินคืนภาษีโดยส่งผ่านทางไปรษณีย์ที่ผู้เสียภาษีจะได้ตามปกติ ทั้งนี้ เนื่องจากกรมสรรพากรมิได้บังคับให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทุกรายต้องเปิดบัญชีพร้อมเพย์ เพื่อขอรับคืนเงินค่าลดหย่อนภาษีแต่อย่างใด
       
ทั้งนี้ ผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการยื่นภาษีแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.91)  ประจำปีภาษี 2559 ซึ่งจะเริ่มยื่นแบบฯ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 มีนาคม 2560 ผ่านทางอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพากร หรือที่กรมสรรพากรทุกสาขาก็ได้สามารถคืนเงินค่าลดหย่อนภาษีทางไปรษณีย์ได้ตามปกติ ส่วนกรณีการคืนเงินภาษีผ่านระบบพร้อมเพย์ โดยการผูกเลขบัตรประชาชน 13 หลักเพื่อขอรับคืนค่าลดหย่อนภาษี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ทุกแห่ง หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) โทร.1161

Cr.ผู้จัดการ