Saturday, December 17, 2016

ไรฝุ่น สาเหตุของ โรคภูมิแพ้ ป้องกันได้ จากที่นอนบ้านเราเอง

กล้องไมโครสโคป (Microscope)


ไรฝุ่น สาเหตุของ โรคภูมิแพ้ ป้องกันได้ จากที่นอนบ้านเราเอง  


โรคภูมิแพ้ เป็นโรคที่พบบ่อย โดยปัจจุบันพบว่า คนป่วยเป็นโรคภูมิแพ้สูงถึง 18 ล้านคน โดยแบ่งเป็นโรคภูมิแพ้จากไรฝุ่น 30% เพราะไรฝุ่นจะแฝงอยู่ทุกที่ในบ้าน อาทิ ห้องนอน พรม ตุ๊กตา เราไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งไรฝุ่นจะสามารถเติบโตได้ดีในอากาศชื้น เฉลี่ยอุณหภูมิประมาณ 25 องศา ความชื้น 70-80 หน่วย ซึ่งไรฝุ่นจะออกไข่ได้มาก สามารถขยายพันธุ์รวดเร็ว โดยเฉพาะในห้องนอน

สาเหตุของโรคภูมิแพ้ เป็นโรคที่พบบ่อย แตกต่างกันออกไป อาทิ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สิ่งแวดล้อม ฝุ่น ควัน และบางรายเกิดจากพันธุกรรม อาการของโรคภูมิแพ้โดยทั่วไปจะมีอาการคันจมูกน้ำมูกไหล จามบ่อย แน่นจมูก เจ็บคอ ซึ่งจากการสำรวจในประเทศไทยพบว่า ในช่วงประมาณ 40 ปีที่ผ่านมานี้ อุบัติการณ์ของโรค เพิ่มขึ้น 3-4 เท่าตัวเลยทีเดียว และตัวการสำคัญที่ทำให้เกิด “โรคภูมิแพ้” คือ “ไรฝุ่น” วายร้ายตัวฉกาจที่ทุกครอบครัวต้องระวัง เพราะเจ้าไรฝุ่นตัวเล็กๆ แต่อานุภาพร้ายแรงมาก สามารถทำให้เกิดโรคภูมิแพ้เรื้อรัง บางรายลุกลามถึงโรคระบบทางเดินหายใจ

 แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน โสต ศอ นาสิก นายแพทย์พลพงศ์ ชยางศุ กล่าวว่า ไรฝุ่น จัดเป็นสัตว์ตระกูลเดียวกับหิด แมงมุม แต่ตัวเล็กกว่ามาก มีขนาดเล็กประมาณ 0.1-0.3 มิลลิเมตรมีสีขาวคล้ายฝุ่น วิ่งเร็ว อยู่ปะปนในฝุ่น จึงทำให้มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ยากต้องใช้ กล้องไมโครสโคป (Microscope)ขยายส่องดู ไรฝุ่นเป็นสาเหตุสำคัญในการก่อโรคภูมิแพ้ไรฝุ่น 2 ชนิดที่พบบ่อยในฝุ่นบ้านและก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ ได้แก่ โรคภูมิแพ้ไรฝุ่นชนิด Dermatophagoides pteronyssinus (DP) และ Dermatophagoides farinae (DF)

ห้องนอนคือแหล่งที่พบตัวไรฝุ่นอาศัยอยู่ค่อนข้างมากเพราะอุณหภูมิ และความชื้นที่พอเหมาะ ซึ่งจากการวิจัยพบว่า โดยเฉลี่ยแล้วในห้องนอน จะมีตัวไรฝุ่นอาศัยอยู่นับล้านตัว พบมากตามที่นอน ผ้าปูที่นอนหมอน ผ้าห่ม พรม และผ้าม่าน ตัวไรฝุ่นอาศัยอยู่ด้วยการกินขี้ไคล และรังแคของคน ซึ่งสามารถมองเห็นไรฝุ่นจาก กล้องไมโครสโคป (Microscope) ขยายส่องดู เพราะเจ้าไรฝุ่นตัวเล็กๆ แต่อานุภาพร้ายแรงมาก สามารถทำให้เกิดโรคภูมิแพ้เรื้อรัง บางรายลุกลามถึงโรคระบบทางเดินหายใจ

ปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่มีปัญหาการเกิดโรคภูมิแพ้ เฉลี่ยอายุตั้งแต่แรกเกิด โดยแต่ละคนก็มีปัญหาแตกต่างกันออกไป แต่ที่พบบ่อยที่สุด คือ ปัญหาภูมิแพ้ที่เกิดจากไรฝุ่น ซึ่งเป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะไรฝุ่นจะแฝงตัวอยู่ในสิ่งต่างๆ รอบตัวเรา โดยที่เห็นชัดที่สุด คือ ห้องนอน เนื่องจากวัสดุที่นำมาใช้ผลิตเครื่องนอน อาทิ หมอน ผ้าปู หรือที่นอน จะเป็นแหล่งสะสมของฝุ่นได้เป็นอย่างดี นายคมศานต์ จิวากานนท์ กรรมการผู้จัดการ ผู้ผลิตและจำหน่ายหมอนโรงแรม 6 ดาว แบรนด์ลักษ์ชัวร์รี่ กล่าว

ดังนั้นในปัจจุบันคนส่วนใหญ่จึงให้ความสำคัญกับการเลือกเครื่องนอนที่ป้องกันไรฝุ่นเป็นอย่างมาก โดยล่าสุดเราได้ค้นพบเส้นใย "ไมโครคลิ้ม" เส้นใยขนาดเล็ก เป็นเส้นใยที่ใช้สารตั้งต้นในการทำเส้นใย เส้นใยจะมีสีขาวเงาและคุณภาพ ร้อยเปอร์เซ็นต์ ป้องกันไรฝุ่นได้จากการดูที่สามารถมองเห็นไรฝุ่นจาก กล้องไมโครสโคป (Microscope) ขยายส่องดูเพราะไม่ได้ถูกรีไซเคิลเป็นเส้นใยที่มีความละเอียดสูงมาก อีกทั้งกระบวนการผลิตนั้นใช้เทคนิคพิเศษโดยใช้แรงลมเป่าหมอนเป็นตัวควบคุม เราจึงสามารถกำหนดระดับความสูงต่ำได้เองตามความต้องการ

คำแนะนำสำหรับใครที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ เราสามารถป้องกันได้ด้วยวิธีง่ายๆ 1. ควรทำสะอาดห้องนอนเป็นประจำ 2. ควรเลือกที่นอนที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์เพราะสามารถทำความสะอาด 3. ห้ามใช้หมอนที่ทำด้วยนุ่น ขนห่าน หรือขนเป็ดโดยเด็ดขาด 4. ควรใช้เครื่องดูดฝุ่นในห้องตามพรม พื้น และผ้าม่านในห้อง และถ้าเป็นไปได้ เอาม่านและพรมออกจากห้องเสียให้หมด 5. เวลาทำความสะอาดไม่ควรใช้ไม้กวาดขนไก่ปัดฝุ่น แนะนำให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดแทน 6.ถ้าจำเป็นจะต้องใช้ผ้าม่านควรจะซักทุก 6 สัปดาห์ 7.ไม่ควรเลี้ยงสัตว์ชนิดใดในบ้าน

Cr. ข่าวสารจาก http://www.ryt9.com/s/tpd/2570631

พรุ่งนี้นัดชุมนุมต้าน พรบ คอม ที่ “หอศิลป์ และ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย” เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

พรบ คอม


พรุ่งนี้นัดชุมนุมต้าน พรบ คอม ที่ “หอศิลป์  และ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย” เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อ  พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 


จากกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีมติเป็นเอกฉันท์ ผ่านร่าง พรบ คอม ไปเมื่อวานนี้ (16 ธ.ค.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ …) พ.ศ. ….ในวาระ 2 และ 3 ด้วยคะแนน 168 ต่อ 0 งดออกเสียง 5 คน ท่ามกลางเสียงคัดค้าน มีการล่ารายชื่อเพื่อเรียกร้องให้คว่ำร่างกฎหมายดังกล่าวอย่างหนัก แต่ก็ไม่เป็นผล

น.ส.ปิยะนุช ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ระบุ ผลที่ออกมาถือว่าน่าผิดหวังอย่างมาก โดยยืนยันว่าเนื้อหาในร่างแก้ไข พรบ คอม ฉบับนี้เปิดช่องให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนและขัดต่อพันธกรณีระหว่างประเทศของไทย โดยกฎหมายดังกล่าว หลังการปรับแก้สมบูรณ์ ก็จะประกาศใช้นั้น

ล่าสุดวันนี้ (17 ธ.ค.) กลุ่ม hackers นามว่า Anounymous ทวิตข้อมูลว่าสามารถเจาะระบบ หรือ hack จากหน่วยงานของรัฐบาลไทยได้แล้ว และได้เปิดเผยข้อมูลบางส่วนออกมาทางทวิตเตอร์ ที่แสดงให้เห็นว่าสามารถแฮกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไทยได้

น.ส.ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ในฐานะองค์กรหนึ่งที่ร่วมคัดค้านเนื้อหา พรบ คอม ที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนในร่างแก้ไข พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ร่วมกับเครือข่ายพลเมืองเน็ต (Thai Netizen Network) และโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ได้ขอบคุณผู้ร่วมลงชื่อคัดค้านมากกว่า 360,000 คน เพราะทำให้เห็นว่าคนไทยจำนวนมากมีความตื่นตัวที่จะออกมาปกป้องสิทธิของตนเองและผู้อื่น

ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 19.00 น.ที่ผ่านมา เว็บไซต์ของรัฐสภา ล่มเป็นการชั่วคราว โดยคาดว่า น่าจะเป็นผลมาจากกลุ่มต้าน พรบ คอม ทำการโจมตีเว็บ ตามที่ได้มีการประกาศไว้ก่อนหน้านี้  และมีการการรณรงค์ระบุว่าจะเป็นการนัดชุมนุมแบบไม่มีแกนนำ   โดยจะจัดขึ้นในสองที่สองเวลา โดยที่แรกจะนัดชุมนุมที่ หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในเวลา 15.00 น. และที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในเวลา 14.00 น.

ในวันพรุ่งนี้จะมีการนัดชุมนุมต้าน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์พรุ่งนี้ เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อ พรบ คอม ที่ร่างพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบของ สนช. วานนี้  ทั้งนี้ จะเป็นการนัดชุมนุมแบบไม่มีแกนนำ โดยจะจัดขึ้นในสองที่สองเวลา โดยที่แรกจะนัดชุมนุมที่ หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในเวลา 15.00 น. และที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในเวลา 14.00 น.

Cr.ข่าวกรุงเทพธุรกิจ,คมชัดลึก

Friday, December 16, 2016

เล่นโหนสลิง (Zip lining) แหล่งท่องเที่ยว “บ้านแม่กำปอง” ที่เชียงใหม่ พลาดชนกันกลางอากาศ ร่างตกกระแทกพื้น ยู่ในห้องไอซียู

อากาศ


เล่นโหนสลิง (Zip lining) แหล่งท่องเที่ยว “บ้านแม่กำปอง” ที่เชียงใหม่ พลาดชนกันกลางอากาศ ร่างตกกระแทกพื้น ยู่ในห้องไอซียู


การจัดกิจกรรมท่องเที่ยวแนวโลดโผน การโหนสลิงกลางอากาศ หรือ  ซิปไลน์(Zipline)  ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวภาคเหนือ ตามแหล่งท่องเที่ยวแบบผจญภัย เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในเชียงใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็เกิดคำถามถึงมาตรฐานการให้บริการ โดยเฉพาะด้านความปลอดภัย เนื่องจากที่ผ่านมา เกิดเหตุนักท่องเที่ยวโหนสลิงชนกันเจ็บตายเกิดขึ้นถี่ยิบ แล้วก็เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล เล่นซิปไลน์แหล่งท่องเที่ยว “บ้านแม่กำปอง” พลาดชนกันกลางอากาศ ร่างตกกระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ล่าสุด 1 ใน 2 ยังอยู่ในห้องไอซียู

การจัดกิจกรรมท่องเที่ยวแนวโลดโผน การโหนสลิงกลางอากาศ หรือ  ซิปไลน์(Zipline) หรือการโหนสลิงจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง เหมือนทาร์ซาน แม้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาตินั้น แต่หลายครั้งก่อให้เกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บขึ้น ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติฯ จะไม่ยอมให้มีกิจกรรมในลักษณะดังกล่าวในพื้นที่ขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด เพราะพื้นที่ที่ขออนุญาตเข้าไปดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ไม่ได้อยู่ในบริเวณที่กำหนดให้เป็นเขตบริการตามแผนการจัดการอุทยานแห่งชาติประกอบกับลักษณะการให้บริการ เป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงอันตราย นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายธัญญา กล่าวก่อนหน้านี้

กรณีแพทย์ชาวจีน วัย 44 ปี ด้วยการโหนสลิงกลางอากาศ หรือ  ซิปไลน์(Zipline)ที่พลัดตกจากฐานบนยอดไม้ความสูง 12 เมตร จนเสียชีวิต ระหว่างใช้บริการเล่นซิปไลน์(Zipline)สถานที่ท่องเที่ยวใน ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน 58 ที่ผ่านมา, นักท่องเที่ยวชาวจีน โหนสลิงชนกับนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันได้รับบาดเจ็บสาหัส ในพื้นที่ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม 58 โดยที่นักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน โหนสลิงชนกันกลางอากาศระหว่างใช้บริการเล่นซิปไลน์(Zipline)ในแหล่งท่องเที่ยวแบบผจญภัยเขต ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด อีกครั้ง

นอกจากนี้ที่ผ่านมา นางหว่าง ฉี อายุ 32 ปี นักท่องเที่ยวชาวจีน ก็ประสบอุบัติเหตุขณะร่วมกิจกรรมผจญภัยเหินเวหากลางอากาศ หรือ  ซิปไลน์(Zipline) ด้วยลวดสลิง ฐานความยาวสลิง 600 เมตร จากฐานที่ 12 ไปยังฐานที่ 13 จากทั้งหมด 32 ฐาน ในสถานที่ท่องเที่ยว “กระรอกบิน” หมู่ 5 บ้านปงไคร้ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ จนคอหักเสียชีวิต
     
ล่าสุด วันนี้ (16 ธ.ค.) เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล การโหนสลิงกลางอากาศ หรือ  ซิปไลน์(Zipline) ของแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในบ้านแม่กำปอง ม.3 ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ชนกันกลางอากาศทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ Mrs. Orit Rov อายุ 40 ปี เดินทางมาพร้อมสามี และลูกชาย ขณะนี้ยังอยู่ในห้องไอซียู และ Mr.Sahar Meir อายุ 42 ปี เดินทางมาพร้อมภรรยา  ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอีกรายเป็นเด็กอายุ 7 ขวบ ชื่อ Boy Liam bobrow ซึ่งได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่ แพทย์อนุญาตให้กลับที่พักได้แล้ว  ผู้สื่อข่าวรายงาน จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า ทั้งคู่โหนสลิงตามกันมาทันกันจึงชนเข้าที่ด้านหลังอย่างแรง ก่อนร่วงลงพื้นได้รับบาดเจ็บ ต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

จึงมีคำถามว่า การจัดกิจกรรมท่องเที่ยวแนวโลดโผน ด้วยการโหนสลิงกลางอากาศ หรือ  ซิปไลน์(Zipline) ตามแหล่งท่องเที่ยวแบบผจญภัยกำลังเป็นกิจกรรมที่โดดเด่น ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวเชียงใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็เกิดคำถามถึงมาตรฐานการให้บริการ โดยเฉพาะในด้านความปลอดภัย หลังจากในปีนี้มีนักท่องเที่ยวโหนสลิงชนกันเจ็บ-ตายเกิดขึ้นถี่ยิบ      

Cr. ข่าวผู้จัดการ  

วิวัฒนาการของ กล้องจุลทรรศน์ และความสำคัญต่อการศึกษาชีววิทยาอย่างไรบ้าง

กล้องไมโครสโคป (Microscope)


วิวัฒนาการของ กล้องจุลทรรศน์ และความสำคัญต่อการศึกษาชีววิทยาอย่างไรบ้าง

กล้องจุลทรรศน์หรือบางทีเรียกว่า กล้องไมโครสโคป (Microscope) เป็นเครื่องมือสำคัญในการศึกษาชีววิทยาเพราะช่วยให้การสังเกตสิ่งต่างๆ ที่ต้องการศึกษามีรายละเอีลยดชัดเจนขึ้น   เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการสังเกตด้วยนัยน์ตา   ในสมัยก่อนไม่มีใครทราบว่าเชื้อโรคเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเป็นสาเหตุให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ   จึงคิดว่าอาจเกิดมาจากเวรกรรมหรืออำนาจของภูตร้าย   ดังนั้นกล้องจุลทรรศน์จึงเป็นเครื่องมือที่ใช้ศึกาข้อมูลหลักฐานทางชีววิทยา   กล้องทรรศน์มีทั้งแบบใช้แสง และกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน



วิวัฒนาการของกล้องจุลทรรศน์ ในประวัติศาสตร์  Zacharias Jenssen ชาวเนเธอร์แลนด์ประดิษฐ์กล้องจุลทรรศน์เป็นครั้งแรก โดยใช้เลนส์นูนที่มีความยาวโฟกัสสั้นจำนวนสองเลนส์ แต่ไม่เห็นอะไรที่น่าประทับใจ จนกระทั่ง Anton van Leeuwenhoek ใช้กล้องไมโครสโคป (Microscope) เห็นจุลินทรีย์  ต่อมาชาวเนเธอร์แลนด์รับรางวัลโนเบลฟิสิกส์จากการประดิษฐ์กล้องจุลทรรศน์ชนิดต่างเฟส (phase contrast microscope) ที่ใช้ศึกษาชีววัสดุ ซึ่งมีเนื้อสารที่ไม่เป็นเอกพันธุ์ (inhomogeneous)

ต่อมา ชาวเยอรมันรับรางวัลโนเบลฟิสิกส์ครึ่งหนึ่งจากการสร้างกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (electron microscope) ด้าน Gerd Binnig กับ Heinrich Rohrer ชาวเยอรมันก็ได้รับรางวัลอีกครึ่งหนึ่งจากการประดิษฐ์ กล้องไมโครสโคปทะลุทะลวงแบบส่องกราด (scanning tunneling microscope STM) ที่มีประโยชน์ในการศึกษาผิวของวัสดุ และเปิดโลกวิทยาการสาขาวิทยาศาสตร์ของผิว (surface science)

2.2.1 กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง
ในปัจจุบันกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง (light microscope) ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นกว่าในอดีต   กล้องไมโครสโคป (Microscope)ที่ใช้แสงที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งประกอบด้วยเลนส์ 2 ชุด คือ

1.   เลนส์ใกล้วัตถุ (objective lens) เป็นเลนส์นูน   มีกำลังขยายขนาดต่าง ๆ กันคือ 4X 10X 40X และ 100X   สำหรับเลนส์ 100X นั้นต้องใช้น้ำมันเป็นตัวกลางระหว่างสไลด์ที่วางวัตถุกับเลนส์ใกล้วัตถุ   เลนส์เหล่านี้ติดอยู่กับแป้นซึ่งหมุนได้โดยรอบ   เพื่อปรับกำลังขยายที่ต้องการใช้ให้มาอยู่ตรงกับแท่นวางวัตถุ   ตามปกติการเพิ่มกำลังของเลนส์ มักเริ่มจากการใช้เลนส์ใกล้วัตถุที่มีกำลังขยายต่ำก่อนแล้วเปลี่ยนเป็นกำลังขยายกลางและกำลังขยายสูงไปตามลำดับ

2.   เลนส์ใกล้ตา (eyepiece) เป็นเลนส์นูนกำลังขยายเป็น 10X 15X และ 25X เลนส์ใกล้ตาหล่านี้สามารถเลือกได้ตามที่ต้องการโดยการถอดขนาดที่ไม่ต้องการออกแล้วนำขนาดที่ต้องการมาสวมที่ส่วนบนของลำกล้องไมโครสโคป (Microscope)   ตามปกติต้องสวมเลนส์ใกล้ตาไว้บนลำกล้องเสมอ   เพื่อป้องกันฝุ่นละอองเข้าไปในลำกล้องและเพื่อความสะดวกในการนำไปใช้

แหล่งกำเนิดแสง  แสงที่ใช้กล้องแบบใช้แสงอาจเป้นแสงจาดดวงอาทิตย์ตามธรรมชาติ   กล้องไมโครสโคป (Microscope)แบบนี้จะมีกระจกเงา 2 ด้าน   ช่วยรวบรวมแสงให้สะท้อนสู่ตรงกลางของแท่งวัตถุ   กระจกเงาด้านเรียบใช้สำหรับรับแสงตามปกติ   สำหรับวันที่มีแสงน้อยควรใช้กระจกเงาด้านโค้งเว้าเพื่อช่วยรวมแสง   กระจกเงานี้บางกล้องออกแบบมาให้ถอดออกได้    แล้วใช้หลอดไฟเป็นแหล่งกำเนิดแสงแทน ซึ่งสะดวกต่อการนำไปใช้   เพราะใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน   รวมทั้งในห้องที่มีแสงน้อย

การปรับความเข้มของแสง   กล้องไมโครสโคป (Microscope)บางรุ่นจะมีเลนส์รวมแสง (condenser lens) อยู่ใต้แท่งว่างวัตถุช่วยเพิ่มความเข้มของแสง   และคัดเลือกแสงที่มีคุณภาพ   นอกจากนี้ยังมีไดอะแฟรมช่วยปรับความเข้มของแสงตามที่ต้องการ   เพื่อให้เห็นภาพของวัตถุชัดขึ้น กล้องจุลทรรศน์ใช้แสงแบบธรรมดา(compound microscope) เป็นกล้องชนิดเลนส์ประกอบ   ซึ่งประกอบด้วยเลนส์ใกล้วัตถุ และเลนส์ใกล้ตา

(อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.vcharkarn.com/lesson/19)

Cr.ข่าววิชาการ






สลากกินแบ่งรัฐบาล ใบละ 80 บาท เหลือเต็มแผง ไม่คึกคักเทียบกับทุกปีที่ผ่านมา

สลากกินแบ่งรัฐบาล


สลากกินแบ่งรัฐบาล ใบละ 80 บาท เหลือเต็มแผง ไม่คึกคักเทียบกับทุกปีที่ผ่านมา


ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อยที่เชียงใหม่เครียด ถึงวันออกผลรางวัลแล้วยังเหลือวางขายเต็มแผง ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นผลกระทบมาจากสภาพเศรษฐกิจหรือไม่ ทั้งที่ขายตามราคาใบละ 80 บาท โดยงวดที่ผ่านมา เหลือมากถึง 200 ใบ ส่วนงวดนี้ยังต้องเสี่ยงกันต่อไป ขณะเดียวกัน วอนรัฐบาลหาทางออกจัดสรรโควตาให้ถึงมือผู้ค้ารายย่อยที่ทำเป็นอาชีพจริงๆ และจับกุมยี่ปั๊วดำเนินคดีขายเกินราคาบ้าง นอกจากนี้ ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อยได้เรียกร้องถึงรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลให้ถึงมือผู้ค้าที่ทำเป็นอาชีพจริงๆ ไม่ใช่ตกอยู่ในมือผู้ค้ารายใหญ่หรือยี่ปั๊ว ที่จ้างคนไปเข้าแถวหน้าตู้เอทีเอ็มเพื่อจองซื้ออย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ และหากจะจับผู้ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา อยากให้ไปจับยี่ปั๊วด้วย ไม่ใช่ไล่จับแต่ผู้ค้ารายย่อยเท่านั้น
     
วันนี้ (16 ธ.ค.) รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งว่า บรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลตามแผงต่างๆ ในตัวเมืองเชียงใหม่ เป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากวันนี้เป็นวันออกผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ทำให้มีประชาชนที่ชื่นชอบการแสวงโชคออกมาเลือกซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลกันเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจพบว่า ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อยหลายรายยังคงมีสลากกินแบ่งรัฐบาลเหลือวางขายเป็นจำนวนมากแทบจะเต็มแผงที่วางเรียงขาย  ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นผลกระทบมาจากสภาพเศรษฐกิจหรือไม่

สำหรับราคาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลนั้น หากเป็นใบเดียวมีการขายตามราคาที่ใบละ 80 บาท ซึ่งได้กำไรเพียงใบละ 2-4 บาทเท่านั้น เพราะรับซื้อมาจากยี่ปั๊วในราคาต้นทุนใบละ 76-78 บาท แล้ว ส่วนสลากกินแบ่งรัฐบาลที่เป็นเลขชุดนั้นยอมรับว่ามีการขายเกินราคา ทั้งนี้ เป็นเพราะต้นทุนที่รับมาจากยี่ปั๊วก็มีราคาไม่ต่ำกว่าใบละ 90 บาทแล้ว แต่เนื่องจากสลากกินแบ่งรัฐบาลที่เป็นเลขชุดมักจะเป็นที่ต้องการของลูกค้ามากกว่า และทำให้พอจะมีกำไรจากการขายได้บ้างในแต่ละงวด ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เข้าใจในเรื่องนี้ดี และยินดีที่จะจ่ายเงินซื้อในราคาดังกล่าว
     
ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อยย่านตลาดรวมโชค ในตัวเมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในช่วงหลายงวดที่ผ่านมายอดขายสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่คึกคักเหมือนช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านๆ มา ทำให้แต่ละงวดเหลือหวยที่ขายไม่หมดเป็นจำนวนมาก ยกตัวอย่างหวยงวดวันที่ 1 ธ.ค.59 ที่ผ่านมา ของตัวเองเหลือมากถึง 200 ใบ ขณะที่ในงวดวันที่ 16 ธ.ค.59 ยังไม่มั่นใจว่าจะเหลือมากน้อยเท่าใด เพราะยอดขายซบเซามาตลอดจนกระทั่งวันนี้ที่เป็นวันออกผลหวย จึงมีความคึกคักขึ้น แต่ก็ถือว่าไม่คึกคักมากนักหากเปรียบเทียบกับทุกปีที่ตามปกติในทุกงวดของเดือนธันวาคมก่อนจะถึงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ประชาชนจะให้ความสนใจซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลกันมากเป็นพิเศษ

Cr.ข่าวผู้จัดการ

Thursday, December 15, 2016

"ซูเปอร์ กล้องไมโครสโคป" กล้องจุลทรรศน์ขยายวัตถุเล็กกว่าเส้นผมได้ถึงหนึ่งแสนเท่า! เพื่อพัฒนาอนุภาคนาโน ในอนาคต

กล้องไมโครสโคป (Microscope)


"ซูเปอร์ กล้องไมโครสโคป" กล้องจุลทรรศน์ขยายวัตถุเล็กกว่าเส้นผมได้ถึงหนึ่งแสนเท่า! เพื่อพัฒนาอนุภาคนาโน ในอนาคต


ณ ปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีก้าวไปไกลมาก รวมทั้งเทรโนโลยี อนุภาคนาโนก็พัฒนาอย่างรวดเร็วไม่หยุดยั้ง ภาคอุตสาหกรรมผลิตสารเคมีก็ได้ใช้อนุภาคนาโนในการผลิตสารทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิม ในขณะที่บริษัทผลิตยาต่างใช้อนุภาคนาโนเป็นตัวช่วยนำยาเข้าไปภายในเซลล์ในร่างกายคนเรา รวมทั้งบรรดาเครื่องมืออิเลคทรอนิคส์ขนาดจิ๋วทันสมัยต่างมีชิ้นส่วนประกอบหลายพันล้านชิ้นบรรจุอยู่ภายในตัวเพื่อมาช่วยเหลือตรวจสอบอนุภาคนาโนในวัตถุต่าง ๆ

ผลงานวิจัยจากทีมนักวิทยาศาสตร์ที่สถาบัน Luxembourg Institute of Science and Technology ที่เรียกสั้นๆว่า LIST ได้พัฒนา กล้องไมโครสโคป (Microscope) ที่มีแรงขยายสูงที่ช่วยให้มองเห็นวัสดุขนาดเล็กมากกว่าเส้นผมของคนเราถึงแสนเท่าได้สำเร็จ โดยใส่ SIMS ที่ได้รับการออกแบบพิเศษเข้าไปใน กล้องไมโครสโคป (Microscope) ที่ทำจากวัสดุ helium ion ช่วยให้นักวิจัยมองเห็นวัสดุที่มีขนาดเล็กกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นผมคนเราถึงหนึ่งแสนเท่า

คุณ David Dowsett เจ้าหน้าที่วิจัยอาวุโสแห่งสถาบัน Luxembourg Institute of Science and Technology กล่าวว่านักวิจัยสามารถใช้กล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายสูงนี้ นักวิจัยมองเห็นวัสดุที่มีขนาดเล็กกว่าเส้นผมหนึ่งแสนเท่า ติดตามเฝ้าดูประสิทธิภาพการทำงานของตัวอนุภาคนาโนที่ทำหน้าที่นำยารักษาโรคเข้าไปภายในเซลล์ของมนุษย์ และใช้กล้องไมโครสโคป (Microscope)เพื่อตรวจดูว่ามีร่องรอยของยารักษาโรคดังกล่าวภายในเซลล์หรือไม่ เพื่อยืนยันว่าอนุภาคนาโนทำหน้าที่นำยาเข้าสู่เซลล์ได้สำเร็จตามที่ตั้งเป้าเอาไว้

คุณ Dowsett ชี้ว่ากล้องจุลทรรศน์ที่ทีมนักวิจัยในเบลเยี่ยมคิดค้นขึ้นนี้ยังนำไปใช้ในงานทดสอบประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ด้านความงามตัวใหม่ๆได้อีกด้วย อาทิ นักวิทยาศาสตร์สามารถใช้กล้องจุลทรรศน์ตัวใหม่นี้ไปตรวจดูประสิทธิผลของน้ำยาสระผมชนิดใหม่ที่มีสารอนุภาคนาโนเงินเป็นส่วนผสม ซึ่งมีฤทธิ์ทำลายตัวเเบคทีเรียที่อาศัยในผมของคนเรา คุณ Dowsett กล่าวว่ากล้องไมโครสโคป (Microscope)กำลังขยายสูงตัวใหม่นี้ ช่วยนักวิจัยสามารถวิเคราะห์เส้นผมคนเราได้ พร้อมๆกับสามารถตรวจดูได้ว่าน้ำยาสระผมที่ใช้ แทรกซึมเข้าไปในเส้นผมได้ลึกแค่ไหน

ทีมนักวิจัยผู้คิดค้นกล้องไมโครสโคป (Microscope)ตัวใหม่ชี้ว่ากล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูงดังกล่าวช่วยให้นักวิจัยมองเห็นวัสดุที่มีขนาดเล็กกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นผมคนเราถึงหนึ่งแสนเท่า ยังจะมีประโยชน์ต่องานพัฒนาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเลคโทรนิคส์แบบพกพาที่มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิมอีกด้วย รวมทั้งบริษัทผลิตยาต่างๆที่สามารถพัฒนาตัวยาอนุภาคนาโนขเพื่อเป็นตัวช่วยนำยาเข้าไปภายในเซลล์ในร่างกายคนเราก็ได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมกล้องไมโครสโคป (Microscope)ตัวใหม่นี้ เช่นกัน

Cr.ข่าว VOA

แนะนำหนังดี ๆ สักเรื่อง รับรองไม่ผิดหวังกับหนัง "Rogue One" ถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Star Wars

Rogue One


แนะนำหนังดี ๆ สักเรื่อง รับรองไม่ผิดหวังกับหนัง  "Rogue One"  ถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Star Wars


แนะนำหนังดี ๆ สักเรื่อง รับรองไม่ผิดหวังกับหนังเรื่องนี้  "Rogue One"  เนื้อเรื่องหนังดำเนินโดยมี Jyn Erso สายลับสาวเป็นศูนย์กลาง ซึ่งเธอเป็นลูกสาวของ Galen Erso นักวิทยาศาสตร์ผู้ค้นพบความลับของแหล่งพลังงานที่ไม่มีขีดจำกัด โดยพลังดังกล่าวถูกฝ่ายจักรวรรดิ์ (นำโดย Director Orson Krennic เพื่อนสมัยเรียนของ Galen)  นำไปใช้เป็นพลังในการทำลายล้างของ Death Star อาวุธที่สามารถทำลายดาวได้ทั้งดวง ซึ่งฝ่ายจักรวรรดิ์ใช้ปกครองกาแล็กซีด้วยความหวาดกลัว แทนที่จะนำไปใช้เพื่อเป็นพลังงานแห่งสันติภาพตามจุดประสงค์ดั้งเดิมของ Galen

แม้มีตัวละครใหม่ๆที่ต้องแนะนำหลายตัว หนังเรื่องนี้  "Rogue One" หนังดำเนินเรื่องเร็ว ไม่ยืดยาด แต่ก็ไม่เสียเวลากับการปูที่มาที่ไปนัก ใช้บทสนทนา และการบอกเล่าของตัวละครนี่แหละในการแนะนำตัวละครแก่ผู้ชม  ที่จริงแล้วผู้ชมที่เพิ่งชม Star Wars หรือ ไม่ได้รู้ที่มาที่ไปของตัวละครมาก่อน อาจสงสัยนิดๆเกี่ยวกับการเชื่อมโยงเนื้อหา แต่มันไม่ถึงกับจำเป็นที่จะต้องอ่าน หรือ ดูอะไรมาก่อนเพื่อทำความเข้าใจเลย เข้าถึงได้ทุกคน แต่มันจะสะกิดต่อมอยากรู้ที่จะนำพาไปสู่การค้นหา หรือ ติดตามอ่าน หรือ ดูซีรีย์ที่เกี่ยวข้องต่อไป รับรองไม่ผิดหวังกับหนังเรื่องนี้  "Rogue One"  

เนื้อเรื่องหนังดำเนินโดย Jyn ลูกสาวของ Galen Erso และ พวก ในนามกลุ่ม "Rogue One" ร่วมรบในสงครามในฐานะฝ่ายกบฎ และ มีภารกิจที่สำคัญ นั่นคือ การช่วงชิงพิมพ์เขียวของ Death Star มาจากฝ่ายจักรวรรดิ์ให้ได้ มิเช่นนั้นหายนะจะมาเยือนกาแล็กซีแน่นอน  นั่นคือเนื้อเรื่องพื้นฐานที่มีการประชาสัมพันธ์อยู่แล้ว บวกกับเนื้อหาจากหนังสือ Catalyst : A Rogue One Novel นิดหน่อย ไม่ได้สปอยล์หนังแม้แต่น้อย ขณะที่ ตอนจบ ทุกคนทราบอยู่แล้วว่ามันจะจบอย่างไร ภารกิจมันต้องสำเร็จสถานเดียว เพราะตอนจบของเรื่องนี้คือการเริ้มต้นของ ภาค IV : A New Hope ภาคแรกที่มีการสร้างเมื่อปี 1977  แต่ภารกิจนี้สำเร็จได้ยังไง มันเป็นคำถามคาใจผู้ชมมานานเกือบ 40ปี ซึ่งในที่สุดก็มีคำตอบ และ จุดเชื่อมต่อภาค IV ที่สมบูรณ์และสวยงามสุดๆ

หนังดำเนินเรื่องเร็วแต่ อารมณ์หนังไปได้ดี ซึ่งบรรยากาศมันคือหนังสงคราม เจือความตื่นเต้นของภารกิจสายลับ  ถือว่าเข้มข้น ทุกคนเปรอะเปื้อน ระเบิดภูเขาเผากระท่อม สมจริงสมจัง แต่ไม่ได้ฮาร์ดคอร์ขนาดที่ว่าจะเห็นเลือดสาดกระจาย เหมือน Saving Private Ryan  เด็กๆที่โตหน่อยดูได้ และจะสนุกไปกับอารมณ์ขันและความกวนประสาทของเจ้าหุ่นดรอยด์ K2SO แน่นอน ฉากที่ได้รับเสียงปรบมือกึกก้องในรอบปฐมทัศน์คือฉากฝูงยานรบของฝ่ายกบฎ เข้าโรมรันกับฝูงยานของฝ่ายจักรวรรดิ์อันชั่วร้ายในอวกาศ ซึ่งถือว่าเต็มอิ่มเหลือเกินสำหรับผู้ที่คลั่งไคล้อากาศยานรูปแบบต่างๆใน Star Wars ขณะที่การปรากฎตัวของ Darth Vader ทุกครั้งช่างน่าเกรงขาม และ สัมผัสได้ถึงพลัง จริงๆ

หนัง "Rogue One" เต็มไปด้วยรายละเอียดที่เอาใจแฟนๆ หรือ ที่เรียกว่า Easter Eggs ถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Star Wars รับรองไม่ผิดหวังกับหนังเรื่องนี้ แม้แต่เสียงประกาศในฐานทัพก็สามารถทำให้ท่านอ้าปากค้างได้ เพราะเป็นการเชื่อมโยงเรื่องราวช่วงเวลาเดียวกันที่กระจัดกระจายอยู่ในสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือนิยาย แอนิเมชันซีรียส์ ได้อย่างแนบเนียน โดยไม่จำเป็นต้องจะแจ้งเกินไปจนทำให้ผู้ที่ไม่ได้ติดตามมาก่อน งงโดยใช่เหตุ แต่สำหรับแฟนเหนียวแน่น ของแบบนี้ถือว่าเป็นโบนัสที่พิเศษจริงๆ

แนะนำหนังดี ๆ สักเรื่อง จากใจของผู้เขียนที่ได้มีโอกาสได้ไปชมภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ก่อนเข้าฉายจริงในโรงภาพยนตร์ทั่วไทย ในวันที่ 15 ธ.ค นี้ และขอใช้โอกาสนี้ยืนยันกับแฟนภาพยนตร์ทุกท่านว่า หนังเรื่องนี้มีครบทุกรสชาติที่ทำให้คุณหลงรัก Star Wars และสนุกเหนือความคาดหมาย อย่างมาก  แม้แต่หนังแอ็กชันแฟนตาซีสนุกๆสักเรื่อง ไม่ว่าเป็นความสะใจของฉากต่อสู้ในสงครามอันดุเดือด ความกดดันของทหารในสมรภูมิอันโหดร้าย และ ความมหัศจรรย์ของ The Force หรือพลังที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนในกาแล็กซีอันไกลโพ้น (เมื่อนานมาแล้ว)

แนะนำหนังดี ๆ จาก ไอเดียเริ่มต้นของ Rogue One มาจากมันสมองของ จอห์น นอลล์ ศิษย์ลูกหม้อของ จอร์จ ลูคัส เขาเป็นทีมงาน Indrustrial Light & Magic ตั้งแต่ยุคก่อตั้ง และจอห์น กับ โธมัส พี่ชายก็ยังเป็นหนึ่งในผู้คิดค้นซอฟต์แวร์ Photoshop ที่ใช้กันอยู่ทั้งโลกขณะนี้ จอห์น ก็อยู่กับลูคัส ฟิล์ม มาตลอดดูแลเรื่อง CGI ของ Star wars มาทุกภาค ถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Star Wars ก็สามารถทำให้สะกดผู้ชมให้ติดตามไม่ลุกจากเก้าอี้ไปไหน จนต้องอุทานว่า..เฮ้ยย..คิดได้ไง...มาได้ไง..หรือทำได้ไงเนี่ย...ได้อย่างแน่นอน ผลงานล้วน ๆ

 Cr.ข่าว Voice TV,แบ๋ไต๋ไอที