Wednesday, January 4, 2017

ยื่นภาษี บุคคลธรรมดา ไม่ต้องมี บัญชีพร้อมเพย์ ก็ได้ กรมสรรพากรไม่ได้บังคับให้ ผู้เสียภาษีเงินได้ ต้องเปิดบัญชีพร้อมเพย์

ยื่นภาษี


ยื่นภาษี บุคคลธรรมดา ไม่ต้องมี บัญชีพร้อมเพย์ ก็ได้ กรมสรรพากรไม่ได้บังคับให้ ผู้เสียภาษีเงินได้ ต้องเปิดบัญชีพร้อมเพย์


กรณีที่มีข่าวการยื่นภาษีออกมาว่า ผู้ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เกิน และได้เปิดบัญชีพร้อมเพย์ไว้แล้ว จะได้รับเงินคืนภาษีจากกรมสรรพากรโดยการโอนเงินผ่านช่องทางใหม่คือระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) จะรวดเร็วกว่าเดิม ซึ่ง กรมสรรพากรไม่บังคับให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต้องเปิดบัญชีพร้อมเพย์ โดยการผูกเลขบัตรประชาชน 13 หลักเพื่อขอรับคืนค่าลดหย่อนภาษี เพราะกรมสรรพากรยังสามารถคืนเงินค่าลดหย่อนภาษีทางไปรษณีย์ได้ตามปกติ นายสมชาย แสงรัตนมณีเดช รองอธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร ได้เปิดเผยว่า      

กรมสรรพากรได้กำหนดเวลาของการยื่นภาษีแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.91) ประจำปีภาษี 2559 ซึ่งจะเริ่มยื่นแบบฯ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 มีนาคม 2560 จึงขอให้ผู้ที่มีเงินได้ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนดยื่นแบบแสดงรายการ พร้อมใช้สิทธิหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนต่างๆ ให้ถูกต้อง กรมสรรพากรแนะนำให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านทางอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th หรือจะยื่นผ่าน Rd smart tax application ทางโทรศัพท์มือถือ ก็จะได้รับความสะดวกรวดเร็ว
     
สำหรับกรณีการยื่นภาษี ผู้ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เกิน และได้เปิดบัญชีพร้อมเพย์ไว้แล้ว จะได้รับเงินคืนภาษีจากกรมสรรพากรโดยการโอนเงินผ่านช่องทางใหม่คือระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) จะรวดเร็วกว่าเดิม คือ ภายใน 1 วัน ส่วนผู้ที่ยังไม่พร้อมที่จะสมัครใช้บริการพร้อมเพย์ (PromptPay) กรมสรรพากรก็ยังจะคืนเงินคืนภาษีโดยส่งผ่านทางไปรษณีย์ที่ผู้เสียภาษีจะได้ตามปกติ ทั้งนี้ เนื่องจากกรมสรรพากรมิได้บังคับให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทุกรายต้องเปิดบัญชีพร้อมเพย์ เพื่อขอรับคืนเงินค่าลดหย่อนภาษีแต่อย่างใด
       
ทั้งนี้ ผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการยื่นภาษีแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.91)  ประจำปีภาษี 2559 ซึ่งจะเริ่มยื่นแบบฯ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 มีนาคม 2560 ผ่านทางอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพากร หรือที่กรมสรรพากรทุกสาขาก็ได้สามารถคืนเงินค่าลดหย่อนภาษีทางไปรษณีย์ได้ตามปกติ ส่วนกรณีการคืนเงินภาษีผ่านระบบพร้อมเพย์ โดยการผูกเลขบัตรประชาชน 13 หลักเพื่อขอรับคืนค่าลดหย่อนภาษี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ทุกแห่ง หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) โทร.1161

Cr.ผู้จัดการ

Friday, December 30, 2016

รักษา โรคกระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูก เส้นประสาทสันหลัง ผ่าน กล้องจุลทรรศน์ ขนาดจิ๋ว โดยที่ ผู้ป่วยมีอาการเจ็บเล็กน้อย และสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้รวดเร็ว

กล้องไมโครสโคป (Microscope)


รักษา โรคกระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูก เส้นประสาทสันหลัง ผ่าน กล้องจุลทรรศน์ ขนาดจิ๋ว โดยที่ ผู้ป่วยมีอาการเจ็บเล็กน้อย และสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้รวดเร็ว


นายแพทย์พุทธิพร เธียรประสิทธิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส สถาบันโรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ แนะสาเหตุของโรคหมอนรองกระดูกนั้นเกิดจากการบาดเจ็บที่หมอนรองกระดูก พบได้ในกิจวัตรประจำวันที่มีการเคลื่อนไหว เช่น การก้มตัว การยกของหนัก การออกกำลังกาย หรือเกิดการเสื่อมของหมอนรองกระดูกตามอายุ หรือการเสื่อมของหมอนรองกระดูกก่อนวัย สาเหตุจากการใช้งานกระดูกสันหลังหนักมากเกินไป ทำให้หมอนรองกระดูกสันหลังแตกเคลื่อนจนกดทับ เส้นประสาท หากคุณกำลังมีปวดหลังร้าวลงขาเวลานั่ง ยืน เดิน มีอาการชา ลงขา หรือหลังเท้ากล้ามเนื้อขาอ่อนแรง เดินเซ การควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะ หรือ อุจจาระผิดปกติ อย่างนิ่งนอนใจรีบเข้ารับการตรวจรักษาหาสาเหตุของโรค คุณอาจเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทก็เป็นได้

สถาบันโรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ มีการรักษาโรคหมอนรองกระดูก 2 แนวทาง ทั้งการเข้ารับการรักษาแบบไม่เข้ารับการผ่าตัด ซึ่งจะเหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง หมอนรองกระดูกเคลื่อนไม่ใหม่มากนัก อาทิ การให้รับประทานยาระงับการอักเสบ การทำกายภาพ และการฉีดยาลดการอักเสบที่เส้นประสาท และอีกแนวทางหนึ่ง หากมีอาการรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดนั้น สามารถเข้ารับการผ่าตัดด้วย 2 วิธี ง่ายๆ

การผ่าตัด โรคหมอนรองกระดูก ด้วย 2 วิธี ง่ายๆ
1. การผ่าตัดผ่านกล้องจุลศัลยกรรม (Microdiscectomy) เป็นการผ่าตัดหมอนรองกระดูกโดย ใช้ กล้องไมโครสโคป (Microscope) ช่วยในการผ่าตัด ทำให้แผลมีขนาดเล็ก ประมาณ 3 -5 เซนติเมตร โดยมองผ่านกล้อง Microscope กำลังขยายสูง ทำให้มองเห็นเส้นประสาท และ หมอนรองกระดูกที่ต้องการแก้ไขได้ชัดเจนกว่าการมองด้วยตาเปล่า นอกจากนี้ แสงสว่างและการมองเห็นที่ชัดเจนผ่านกล้องจุลทรรศน์นี้ ยังช่วยให้ศัลยแพทย์และผู้ช่วย ทำงานประสานผ่านกล้องจุลทรรศน์ได้อย่างสองคล้องกัน และมองเห็นซอกมุมของการผ่าตัดได้เป็นอย่างดี

2. การผ่าตัดแบบ Full Endoscopic Spinal Surgery การผ่าตัดโดยกล้อง Endoscope (Full Endoscopic Lumbar Discectomy) เป็นการพัฒนาการผ่าตัดโดยเจาะ และสอดกล้องจุลทรรศน์ขนาดจิ๋ว ซึ่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 8-10 มิลลิเมตร และมีเลนส์ติดอยู่ส่วนปลายผ่านใยกล้ามเนื้อ ไปยังหมอนรองกระดูก ส่วนที่กดทับเส้นประสาท และใส่เครื่องมือผ่าตัดผ่าน กล้องไมโครสโคป (Microscope) ขนาดจิ๋ว เข้าไปหยิบหมอนรองกระดูกที่แตกปลิ้ินนี้ออก ได้โดยตรง การมองเห็นที่ชัดเจนผ่าน กล้องไมโครสโคป (Microscope) ขนาดจิ๋ว เนื่องจากไม่มีเลือดออก และมีน้ำหล่อเลี้ยง ซึ่งวิธีนี้มีข้อดี คือ การบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อ และอวัยวะข้างเคียงน้อย เพราะ แผลเล็ก และ เป็นการสอดกล้องผ่านกล้ามเนื้อ ทำให้ระยะฟื้นตัวสั้น ผู้ป่วยมีอาการเจ็บน้อย และกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็ว

ถ้าพูดถึงในจังหวัดเชียงใหม่แล้ว โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ นับว่าเป็นโรงพยาบาลแรกๆ ที่มีการใช้การผ่าตัดแบบส่อง กล้องไมโครสโคป (Microscope) ขนาดจิ๋ว และสามารถตอกย้ำความมั่นใจให้ผู้ป่วยทุกท่านที่เข้ารับการรักษาด้วยความพร้อมของศูนย์รวมการรักษากระดูกสันหลัง โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ อีกทั้งยังมทีมแพทย์จากหลากหลายสาขาเข้าร่วมการรักษาด้วย อาทิ ประสาทศัลยแพทย์, แพทย์ศัลยกรรมกระดูก, แพทย์ประสาทวิทยา, จิตแพทย์, วิสัญญีแพทย์, แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู, พยาบาลวิชาชีพ และเจ้าหน้าที่เทคนิค ที่จะร่วมกันให้การดูแลผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางด้านกระดูกสันหลังไขสันหลัง และเส้นประสาทอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดประสิทธิผล และประสิทธิภาพของการรักษาอย่างดีที่สุด

สถาบันโรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ เป็นศูนย์รวมเทคโนโลยีในการรักษา โรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูกสันหลัง ทั้งการรักษาแบบไม่ผ่าตัด การรักษาแบบผ่าตัดในทุกรูปแบบ โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะร่วมกันเลือกแนวทางการรักษาให้เหมาะสมที่สุด กับผู้ป่วยเป็นแบบองค์รวม และ เฉพาะตัวให้กับผู้ป่วยแต่ละราย ศูนย์รวมการรักษากระดูกสันหลังและเส้นประสาทอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ ทางโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ ได้จัดให้มีการบริการเพื่อการรักษาอาการผิดปกติ ทางกระดูกสันหลังอย่างครบวงจร เรารู้ดีว่า กระดูกสันหลัง เป็นศูนย์รวมของระบบประสาทที่สำคัญ ที่ควบคุมทั้งแขน ขา และ อวัยวะภายในของร่างกาย รวมทั้งเป็นอวัยวะที่เป็นแกนกลางที่สำคัญสำหรับการเคลื่อนไหวของอวัยวะอื่นๆ

ดังนั้น การตัดสินใจให้การรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูกสันหลัง จึงต้องการความพิถีพิถัน และความปลอดภัยสูงสุด นอกจากนี้ โรคทางกระดูกสันหลัง ยังมีมากมายหลายโรคที่พบบ่อย ไม่ว่าจะเป็นโรคของหมอนรองกระดูก โรคของกล้ามเนื้อ โรคติดเชื้อ โรคเนื้องอกของกระดูกสันหลัง โรคของระบบประสาทไขสันหลัง รวมทั้งความผิดปกติแต่กำเนิด ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมี ศูนย์รักษาโรคกระดูกสันหลัง ที่มีความพร้อมทุกๆด้าน ที่พร้อมจะให้บริการให้กับประชาชน เพื่อให้ตรงกับปณิธานที่เรายึดมั่นว่า “อุ่นใจ๋ เหมือน ใกล้กั๋น” สำหรับท่านได้ที่ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สถาบันโรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ ถ.เชียงใหม่ซุปเปอร์ไฮเวย์ เบอร์ 052 089 888

Cr.ข่าว อาร์วายทีไนน์

Thursday, December 29, 2016

เชิญชวนชาวพุทธทั่วโลก สวดมนต์ข้ามปี 2560 อยู่ที่วัดไหนก็สวดมนต์ได้ เพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต ส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ

สวดมนต์ข้ามปี 2560


เชิญชวนชาวพุทธทั่วโลก สวดมนต์ข้ามปี 2560 อยู่ที่วัดไหนก็สวดมนต์ได้ เพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต ส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ

กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ กรมการศาสนา (ศน.) ได้จัดกิจกรรม สวดมนต์ข้ามปี 2560 โดยนำมิติความสงบจากกิจกรรมส่งท้าย  ปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ ที่จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ผนวกเข้ากับการส่งความสุขให้แก่ประชาชนชาวไทย นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงประชาชนทั่วโลก โดยร่วมกับวัดทุกวัดทั่วประเทศจัดสถานที่เหมาะสมสำหรับจัดสวดมนต์ข้ามปี ในวันที่ 31 ธันวาคม 2559 จนถึงวันที่ 1 มกราคม 2560 ระหว่างเวลา 19.00-00.30 น. เพื่อสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับประชาชนและประเทศชาติ

ทั้งนี้กรมการศาสนา ยังได้จัดทำบทสวดมนต์ฉบับพกพาขึ้น สำหรับประชาชนที่ต้องการสวดมนต์ข้ามปี สามารถเดินทางไป สวดมนต์ข้ามปี 2560 ที่วัดไหนก้อได้หรือสถานที่จัดกิจกรรมสามารถร่วมสวดมนต์ข้ามปีไปพร้อมๆกันได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต สำหรับบทสวดมนต์ฉบับพกพาที่กรมการศาสนาได้จัดทำขึ้นนั้น จะมีบทสวดมนต์พร้อมตัวอักษรวิ่ง เพื่อให้ประชาชนสามารถสวดตามได้ง่ายๆ มีด้วยกันทั้งหมด 3 บท คือ

1. บทนะโม 3 จบ,บทสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย (อิติปิ โส ภควา) (3.39นาที) https://youtu.be/--GL5neWIUA
2.บทเจริญชัยมงคลคาถา (บทชยันโต) (1.18 นาที)https://youtu.be/KBs8O5EwraQ
3.บทสวดชัยมงคลคาถา (พาหุงฯ) (5.51 นาที)https://youtu.be/1bFuiK59-98

นอกจากนี้กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ กรมการศาสนา (ศน.) ยังมีโมบายแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า “New Year’s Prayer” สำหรับโทรศัพท์มือถือระบบแอนดรอยด์ จัดทำขึ้นเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ในการสืบค้นข้อมูลศาสนสถานที่จัดกิจกรรม สวดมนต์ข้ามปี 2560 ในระยะรัศมี 50 กิโลเมตรจากตำแหน่งพิกัดปัจจุบันของผู้ใช้งานในรูปแบบแผนที่ดิจิทัล โดยสามารถให้บริการวีดิทัศน์ของกรมการศาสนา เพื่อประชาชนจะได้เข้าร่วมพิธี สวดมนต์ข้ามปี 2560 เสมือนกับได้เข้าร่วมพิธี ณ ศาสนสถานจริงอีกด้วย แถมได้บุญคุ้มครองประเทศชาติและทำให้หน้าตาดูสวยขึ้นด้วย อย่างเช่น กรณี นักร้องสาวลูกทุ่ง “ดาว มยุรี” สวดมนต์ก่อนนอนทุกคืน ออกกำลังกายและไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ก็สวยแบบธรรมชาติได้

จากการสัมภาษณ์นักร้องสาวลูกทุ่ง “ดาว มยุรี” ถึงความสวยที่เฉิดฉายออกมาจนทะลุอินสตาแกรม (ไอจี) ที่สาว “ดาว มยุรี” โพสต์ลงไอจีบ่อยๆ และจากการสอบถามถึงความสวยที่ดูผิดตา ได้รับคำตอบจากนักร้องสาวสวยรายนี้ว่า เป็นเพราะช่วง 6 เดือนที่ผ่านมามีอยู่ 3 เรื่องที่ทำไม่ขาด ได้แก่ 1.สวดมนต์บทอาราธนาศีล 5 ก่อนนอนทุกคืนไม่เคยเว้นแม้แต่คืนเดียว เหมือนสวดมนต์จิตก็ได้รับบุญทำให้สวยจากภายใน รวมถึงการทำบุญเป็นประจำ 2.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ส่วนตัวสาว“ดาว มยุรี” จะออกกำลังกายด้วยการตีแบดมินตัน และวิ่งเบาๆ และ 3.ไม่ดื่มแอลกอฮอล์

ส่วนที่มีการคอมเม้นท์ในสื่อสังคมออนไลน์ว่าไปอัพหน้ามาใหม่ หรือไปศัลยกรรมหน้าเพิ่ม เรื่องนี้ “ดาว มยุรี” ยืนยันว่าไม่ได้ไปทำศัลยกรรมหน้าเพิ่มมาแต่อย่างใด สิ่งที่ทำในช่วง 5-6 เดือนนี้นอกจาก 3 ข้อที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ก็มีแค่การร้อยไหมหน้าเท่านั้น  ยืนยันว่าไม่ได้อัพหน้าหรือไปผ่าตัดหน้ามาใหม่ ที่สวยได้เพราะ สวดมนต์ ทำบุญ ออกกำลังกาย และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ “ดาว มยุรี” กล่าวทิ้งท้าย กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ กรมการศาสนา (ศน.) จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ร่วม สวดมนต์ข้ามปี 2560 เพื่อสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองและประเทศชาติ

Cr.กรุงเทพธุรกิจ,มีเดียพีพีทีวี,สนุก นิวส์

Wednesday, December 28, 2016

เพชรน้ำดี จะดีต้องมี อก เอว สะโพก ที่ได้องศามีสัดส่วนพอเหมาะ มุมที่พอเหมาะ เหมือนรูปร่างหญิงงาม สามารถดูได้จาก เครื่องมือทันสมัย 1 ใน 4 ของโลก

กล้องไมโครสโคป (Microscope)


เพชรน้ำดี จะดีต้องมี อก เอว สะโพก ที่ได้องศามีสัดส่วนพอเหมาะ มุมที่พอเหมาะ เหมือนรูปร่างหญิงงาม สามารถดูได้จาก เครื่องมือทันสมัย 1 ใน 4 ของโลก


สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) มีแล็บและเครื่องมือระดับโลก แม้สถาบัน (GIT) จะเพิ่งเปิดมาไม่ถึงสิบปี แต่การันตีว่าผลที่ออกมานั้น ได้รับการรองรับระดับโลก แล็บปฏิบัติการอัญมณีและเครื่องประดับที่ใหญ่และมีเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัย 1 ใน 4 ของโลก โดยสถาบันมีทั้งเครื่องมือขั้นพื้นฐานมากมาย เช่น โพลาริสโคป (Polariscope) กล้องไมโครสโคป (Microscope) สำหรับส่องดูอัญมณี หรือ กล้องจุลทรรศน์สำหรับอัญมณี (Gem Microscope) แว่นขยายกำลังขยาย 10 เท่า (10x Loupe) เครื่องหาค่าความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity Balance) กล่องตรวจสอบการเรืองแสงยูวี (Day Light & UV-Lamp)

โพลาริสโคป (Polariscope) กล้องไมโครสโคป (Microscope)สำหรับส่องดูอัญมณี หรือ กล้องจุลทรรศน์สำหรับอัญมณี (Gem Microscope) สเปคโตรสโคป และเครื่องมือชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น Energy Dispersive X-Ray Fluorescence Spectrometer (EDXRF) ใช้ตรวจจำแนกอัญมณีสังเคราะห์กับอัญมณี เครื่อง Fourier Transform Infrared Spectrophotometer (FTIR) ใช้ตรวจจำแนกอัญมณีสังเคราะห์และอัญมณีธรรมชาติ ฯลฯ เป็นต้น  โดยจุดเด่นของสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT)นั้น ราคาก็ถูกมาก แถมใช้เวลาไม่มากด้วย ราคาไม่แพงแถมยังใช้เวลาไม่นานด้วย สนนราคาและระยะเวลาการตรวจอัญมณีและเครื่องประดับนั้น ใช้เวลาเพียง 7-10 วัน สนนราคาเพชร 1 กะรัต 1,300 บาท พลอยขึ้นเรือนไม่เกิน 5 กะรัต 5,000 บาท

นอกจากการตรวจสอบเพชรแล้ว  สถาบันยังอลังการครบเครื่องด้วยการเปิดหลักสูตรสอนดูเพชร ด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัยไม่ว่าจะเป็น กล้องไมโครสโคป (Microscope)สำหรับส่องดูอัญมณี หรือ กล้องจุลทรรศน์สำหรับอัญมณี (Gem Microscope) สเปคโตรสโคป และเครื่องมือชั้นสูงอื่น ๆ อีกมากมาย  โดยมีหลักสูตรทั้งหมด 13 หลักสูตร ระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา มีนักเรียนกว่าหมื่นคน เป็นหลักสูตรที่สอนดูเพชรต่างๆ โดยสอนจันทร์ พุธ ศุกร์ คอร์สละ 4 หมื่น 4 เดือน แล้วสถาบันฯ ก็มีสอนให้ดูเพชรวันเดียวจบด้วย ส่วนใหญ่ที่มาเรียน คนที่อยากได้ใบ Certificate โดยสถาบันฯสอนให้ดูสัดส่วนของเพชร ต้องมีสัดส่วนพอเหมาะ มุมที่พอเหมาะ

เพชรก็เหมือนกับเชปคน...ต้องมี อก เอว สะโพก ที่ได้องศา ต้องมีสัดส่วนพอเหมาะ มุมที่พอเหมาะ เหมือนรูปร่างหญิงงาม ผู้เชี่ยวชาญเจาะรายละเอียดตั้งแต่รูปแบบการเจียระไนเพชรที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบันว่าเป็นการเจียระไนแบบเหลี่ยมเกสร (Brilliant Cut) มี 57 – 58 เหลี่ยม ทั้งนี้ความงดงามของเพชร มีผลมาจากการเจียระไน และสมบัติทางแสงธรรมชาติ ซึ่งมีองค์ประกอบ เช่น ความโปร่งใส (Transparency) ประกาย (Brilliancy) การกระจายแสง (Dispersion) ความระยิบระยับ (Scintillation) ความวาว (Luster)

นอกจากนี้ สัดส่วน (Proportion) ก็มีผลต่อความงามของเพชรที่ดี ได้แก่ ขนาดของหน้าเพชร (Table Size) มีผลต่อประกายของเพชร ความสูงส่วนบน (Crown Height) มีผลต่อการกระจายแสงของเพชร ความลึกส่วนล่าง (Pavilion Depth) หากตื้นเกินไปจะทำให้เกิดวงสีขาว (Fish Eye) และหากลึกเกินไป จะทำให้ส่วนกลางมืด (Dark Center) สำหรับขั้นตอนการตรวจสอบอัญมณีเป็นไปตามขั้นตอนที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO 9001:2008

โดยกระบวนการเริ่มจากการรับตัวอย่าง โดยจะมีขั้นตอนที่ชัดเจน ต่อจากนั้นตัวอย่างจะถูกลงทะเบียนและแนบใบบันทึกข้อมูล ตัวอย่างแต่ละเม็ดจะถูกส่งผ่านสู่นักวิชาการอัญมณีเพื่อดำเนินการวิเคราะห์ทั้งเครื่องมือพื้นฐานและเครื่องมือขั้นสูงไม่ว่าจะเป็น กล้องไมโครสโคป (Microscope)สำหรับส่องดูอัญมณี หรือ กล้องจุลทรรศน์สำหรับอัญมณี (Gem Microscope) สเปคโตรสโคป และเครื่องมือชั้นสูงอื่น ๆ อีกมากมาย ผลการวิเคราะห์ที่สรุปได้จะถูกตรวจซ้ำโดยนักวิชาการอีกหนึ่งคน หลังจากนั้นผ่านเข้าสู่กระบวนการจัดทำใบรับรองตามรูปแบบที่กำหนด และใบรายงานผลการถูกตรวจทานและลงนามโดยนักวิชาการผู้ตรวจ

คนทั่วไปไม่รู้ว่าสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) มีแล็บและเครื่องมือระดับโลก มีของดีราคาไม่แพงและใช้เวลาไม่มาก ไม่ว่าจะเป็นห้องปฏิบัติการตรวจสอบอัญมณีที่มีเครื่องมือทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นักอัญมณีศาสตร์ที่มีประสบการณ์สูง และมีเครื่องตรวจสอบอัญมณีที่ยังได้รับการรับรองจากสมาพันธ์อัญมณีโลกด้วย โดยเปิดให้บริการตรวจวิเคราะห์จำแนกอัญมณีธรรมชาติ สังเคราะห์ และเลียนแบบ ตรวจสอบการผ่านการปรับปรุงคุณภาพของอัญมณี ตรวจวิเคราะห์จำแนกเพชรธรรมชาติ เพชรสังเคราะห์หรืออัญมณีเลียนแบบเพชร เป็นต้น

นางวิลาวัณย์ อติชาติ ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ กล่าวว่า สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ(GIT) มีหน้าที่หลักส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย นอกจากนี้จัดกิจกรรมทางวิชาการ เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญ สถาบันวิจัยตลอดจนผู้ประกอบการด้านอัญมณีจากทั่วโลกเข้าร่วมแสดงผลงาน พันธกิจที่หลายคนไม่รู้คือ เรื่องของการออกใบรับรองผลการตรวจสอบอัญมณี เครื่องประดับโลหะ เพื่อออกใบรับรอง หรือ Certificate ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก เข้าไปดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.git.or.th/testing_center01.html

Cr.ไทยรัฐออนไลน์

Tuesday, December 27, 2016

แคร์รี ฟิชเชอร์ "เจ้าหญิงเลอา" แห่ง Star Wars สิ้นลมแล้ว หลังจากเกิด ภาวะหัวใจวายฉับพลัน ขณะโดยสารเครื่องบิน จากอังกฤษ มายังลอสแองเจลิส

เจ้าหญิงเลอา


แคร์รี ฟิชเชอร์  "เจ้าหญิงเลอา" แห่ง Star Wars สิ้นลมแล้ว หลังจากเกิด ภาวะหัวใจวายฉับพลัน ขณะโดยสารเครื่องบิน จากอังกฤษ มายังลอสแองเจลิส    


โดยก่อนหน้านี้ทำเอาบรรดาสาวกแฟนคลับภาพยนตร์ Star Wars ต่างพากันวิตกถ้วนหน้า เมื่อมีรายงานว่า แคร์รี ฟิชเชอร์ เจ้าของบท "เจ้าหญิงเลอา" ได้หยุดหายใจไปนานกว่า 10 นาที หลังเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวกะทันหันก่อนที่เครื่องจะลงจอด 15 นาที ซึ่งเป็นเที่ยวบินของสายการบิน United Airlines ที่บินจากอังกฤษ มายังลอสแองเจลิส ก่อนจะกู้ชีพขึ้นมาได้พร้อมพาตัว แคร์รี ฟิชเชอร์  "เจ้าหญิงเลอา" แห่ง Star Wars ส่งห้องฉุกเฉินและเข้ารับการดูแลอย่างใกล้ชิดต่อในห้องไอ.ซี.ยู.
     
เป็นเรื่องเศร้าจริงๆ ที่ บิลลี ลอร์ด ได้ยืนยันแล้วว่า แคร์รี ฟิชเชอร์ แม่ของเธอเสียชีวิตลงแล้วเมื่อเวลา 08.55 น. ของเช้าวันนี้ ตรงกับวันอังคารที่ 27 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา  เธอเป็นที่รักของโลกใบนี้ และจะระลึกถึงเธออย่างสุดซึ้ง โดย ไซมอน ฮอลส์ ทำหน้าที่โฆษกของครอบครัว กล่าวในนามของลูกสาวฟิชเชอร์ ได้ออกมายืนยันข่าวแทน บิลลี ลอร์ด ลูกสาวของแคร์รี ฟิชเชอร์ โดยระบุว่า แคร์รี ฟิชเชอร์ เสียชีวิตลงอย่างสงบแล้วในวันอังคารตามเวลาสหรัฐฯ ครอบครัวของเราทั้งหมดขอขอบคุณทุกๆ คน ที่ส่งความรักและกำลังใจมาให้พวกเราด้วย
     
ทางด้าน แอนนา เอคานา นักแสดงที่โดยสารในเที่ยวบินดังกล่าวด้วย ก็ได้ทวีตข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ลูกเรือของสายการบินรวมถึงผู้โดยสารคนอื่นๆ ต่างก็พยายามให้การช่วยเหลือ แคร์รี ฟิชเชอร์  "เจ้าหญิงเลอา" แห่ง Star Wars หลังจากเกิดภาวะหัวใจวายฉับพลันขณะโดยสารเครื่องบิน โดยในเที่ยวบินดังกล่าวมีแพทย์และพยาบาลเดินทางอยู่ในเที่ยวบินนี้ด้วย ซึ่งต่างก็ช่วยกันกูชีพทำ CPR จนทำให้เธอกลับมาหายใจอีกครั้งได้สำเร็จ พร้อมได้พาตัวส่งห้องฉุกเฉินและเข้ารับการดูแลอย่างใกล้ชิดต่อในห้องไอ.ซี.ยู. แต่สุดท้ายก็ได้สิ้นลมลงแล้ว
     
ทางด้านสายการบิน United Airlines ก็ได้ออกแถลงการณ์หลังเกิดเหตุเช่นกัน โดยกล่าวว่า บุคลากรทางการแพทย์ของเราได้เข้าช่วยเหลือผู้โดยสารบนเที่ยวบิน United Flight 935 ที่บินจากกรุงลอนดอน มายังลอสแองเจลิสในวันนี้ทันทีที่มาถึง หลังจากที่ลูกเรือรายงานว่า มีผู้โดยสารหมดสติ เราขอส่งใจไปยังลูกค้าของสายการบินในเวลาเช่นนี้ด้วย ภายหลังมีการยืนยันข่าวการเสียชีวิตขอ งแคร์รี ฟิชเชอร์  "เจ้าหญิงเลอา" แห่ง Star Wars  ปรากฏออกมา ทางด้านคู่ขวัญอย่าง แฮริสัน ฟอร์ด นักแสดงดังวัย 74 ปี ก็ได้ขึ้นข้อความไว้อาลัย โดยระบุว่า  “แคร์รี เป็นคนที่พิเศษไม่เหมือนใคร ...เธองดงาม, ของแท้, ตลก และกล้าหาญ เธอใช้ชีวิตของเธอมาได้อย่างหาญกล้าทีเดีว โดยเขายังขอส่งใจไปยังลูกสาวของเธอ รวมถึงพ่อแม่ของเธอด้วย    

แคร์รี ฟิชเชอร์ หรือ เจ้าของบท "เจ้าหญิงเลอา" เกิดเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 1956 เป็นบุตรสาวของ เด็บบี เรย์โนลด์ และ เอนเตอร์เทนเนอร์ชื่อดัง เอ็ดดี ฟิชเชอร์ เธอเคยทิ้งฮอลลีวูดเพื่อไปศึกษาต่อที่ Central School of Speech and Drama ในกรุงลอนดอน อย่างไรก็ตาม หลังจากใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นไม่นาน เธอก็กลับมาโลดแล่นในวงการอีกครั้ง โดยเปิดตัวด้านภาพยนตร์ด้วยผลงานเรื่อง Shampoo เมื่อปี 1975 ก่อนที่ 2 ปีต่อมาจะมารับบทเจ้าของบท "เจ้าหญิงเลอา" ใน Star Wars ภาคแรกขณะที่เธอมีอายุเพียง 19 ปี โดยเธอยังคงแสดงในบทเดิมต่อเนื่องมาอีก 2 ภาครวมถึงในภาคล่าสุดอย่าง The Force Awaken เมื่อปี 2015 ด้วย นอกจากภาพยนตร์เรื่อง Star Wars แล้ว แคร์รี ฟิชเชอร์ หรือ เจ้าของบท "เจ้าหญิงเลอา" ยังมีผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นอีกทั้ง The Blues Brothers, The Man with One Red Shoe, Hannah and Her Sisters และ When Harry Met Sally    
     
 “แคร์รี กับ ผมเป็นเพื่อนกันมานานตั้งแต่สมัยวัยรุ่น เธอฉลาดสุดๆ เป็นนักแสดงหญิงที่มีความสามารถ เป็นนักเขียน และศิลปินตลกที่มีหลายด้านในคนคนเดียวจนเป็นที่รักของทุกๆ คน ใน Star Wars เธอเป็นเจ้าหญิงทรงอำนาจ, ฉลาด และยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา และบทขอเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังที่ยากเกินกว่าที่หลายคนคิด ผมของส่งใจและคำภาวนาไปยัง บิลลี, เด็บบี และเพื่อนๆ ครอบครัว และแฟนๆ ของเธอด้วย จะรำลึกถึงเธอตลอดไป”  จอร์จ ลูคัส ผู้คัดเลือกให้เธอมารับบทเจ้าหญิงเลอา ได้เผยความรู้สึกแสดงการจากไปของ แคร์รี ฟิชเชอร์  "เจ้าหญิงเลอา" แห่ง Star Wars

Cr.ข่าวผู้จัดการ

Monday, December 26, 2016

รักษา ภาวะบวมน้ำเหลือง ด้วย เทคนิค supermicrosurgery โดยใช้อุปกรณ์เครื่องมือพิเศษร่วมกับ กล้องจุลทรรศน์ กำลังขยายสูง

กล้องไมโครสโคป (Microscope)


รักษา ภาวะบวมน้ำเหลือง ด้วย เทคนิค supermicrosurgery  โดยใช้อุปกรณ์เครื่องมือพิเศษร่วมกับ กล้องจุลทรรศน์ กำลังขยายสูง


อาการภาวะบวมน้ำเหลือง (Lymphedema) เป็นการคั่งค้างสะสมของน้ำเหลืองชั้นใต้ผิวหนัง อันเนื่องมาจากทางเดินน้ำเหลืองบริเวณที่ใกล้เคียงกันนั้นอุดกั้นหรือถูกทำลาย เช่น แขนขาบวม ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งที่แขน ขา และ อวัยวะเพศ โดยมีสาเหตุมาจากพันธุกรรม และภายหลังจากการผ่าตัดที่ต้องตัดต่อมน้ำเหลืองบริเวณนั้น เช่น การผ่าตัดมะเร็งหรือเนื้องอกบริเวณปากมดลูก เต้านม หรือได้รับการฉายรังสีรักษา สำหรับระยะและความรุนแรงของโรค ขึ้นกับความเสียหายของหลอดน้ำเหลืองและเนื้อเยื่อข้างเคียง โดยในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการใดๆ ตามมาแต่จะมีอาการบวม เมื่อใช้นิ้วกดแล้วเป็นรอยบุ๋ม แต่สามารถยุบบวมเองได้ นั่นอาจเป็นเพราะคุณมีภาวะบวมน้ำเหลืองตามร่างกายเกิดขึ้น

เคยไหมที่แขนขาบวมแล้วไม่รู้สาเหตุ แล้วต่อมาผิวหนังมีความผิดปกติ เริ่มมีการสะสมของพังผืดใต้ผิวหนังมาก ผิวมีสีคล้ำและหนาขึ้น หากปล่อยทิ้งไว้จะเกิดการอักเสบติดเชื้อใต้ผิวหนัง (Cellulitis) และถ้าหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ โดยเชื้อจะกระจายสู่กระแสเลือด (Septicemia) ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะสัมผัสสิ่งสกปรก หรือเป็นแผลเปิด และบางรายเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด อย่างไรก็ตาม ยิ่งอักเสบติดเชื้อบ่อยเท่าใด อาการบวมยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น เกิดภาวะบวมน้ำเหลือง (Lymphedema)
     
การรักษาภาวะบวมน้ำเหลือง (Lymphedema) นั้น ทุกคนสามารถป้องกันและดูแลตัวเองได้ เริ่มจากรักษาความสะอาดอวัยวะที่บวมเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการติดเชื้ออักเสบ ยกอวัยวะที่บวมให้สูงไว้ เพื่อช่วยน้ำเหลืองที่คั่งคืนสู่ร่างกาย งดอาหารเค็มและอาหารประเภทไขมันสูง เพราะเกลือที่มากเกินไปจะเหนี่ยวนำให้ร่างกายบวมน้ำ ส่วนไขมันจะไปพอกสะสมบริเวณที่น้ำเหลืองคั่ง ทำให้อาการบวมรุนแรงยิ่งขึ้น รวมถึงการพันผ้ายืด (elastic bandage) ให้ตึงพอดี หรือสวมถุงน่อง (stocking) ที่กระชับพอดี ไม่แน่น หรือหลวมไปตลอดเวลา จะถอดเฉพาะเวลาอาบน้ำเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีนวดด้วยเครื่องอัดลม ซึ่งมีบริการในโรงพยาบาลขนาดใหญ่บางแห่งเท่านั้น การขันชะเนาะลดบวม และการผ่าตัด โดยล่าสุดเป็นการต่อหลอดน้ำเหลืองเข้าหลอดเลือดดำด้วยการผ่าตัดผ่าน กล้องไมโครสโคป (Microscope) หรือ เทคนิค supermicrosurgery      

การผ่าตัดต่อหลอดน้ำเหลืองเข้าหลอดเลือดดำด้วยการผ่าตัดผ่าน กล้องไมโครสโคป (Microscope) หรือ เทคนิค supermicrosurgery นี้ ประกอบด้วย 1.กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง 40 เท่า ประมาณ 1-2 ตัว โดยมีศัลยแพทย์ประจำกล้อง 2 คนต่อ 1 ตัว 2.อุปกรณ์เครื่องมือพิเศษขนาดเล็กกว่า 0.8 มิลลิเมตร 3. เข็มเย็บขนาดเล็ก 50-80 ไมครอน และไหมเย็บขนาดเล็กกว่าเส้นผม เบอร์ 11-0 หรือ 12-0 ทั้งนี้ การผ่าตัดจะใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง โดยแพทย์จะทำการดมยาสลบก่อนเปิดแผลกว้างประมาณ 3-4 เซนติเมตร จากนั้นจึงทำการต่อทางเดินน้ำเหลืองเข้ากับหลอดเลือดดำ 3 - 4 ตำแหน่ง ด้วยอุปกรณ์เครื่องมือพิเศษร่วมกับกล้องจุลทรรศน์หรือ กล้องไมโครสโคป (Microscope) กำลังขยายสูง
     
ทั้งนี้ ภายหลังการผ่าตัดผ่าน กล้องไมโครสโคป (Microscope) หรือ เทคนิค supermicrosurgery นี้ผู้ป่วยจะนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล 1 วัน แล้วจึงกลับบ้านไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยผู้ป่วยต้องใช้ผ้ายืดพันหรือใส่ถุงน่องบริเวณที่ทำการผ่าตัดแล้วไปอีก 6-12 เดือน พร้อมกับมาพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการเป็นระยะๆ ขณะเดียวกัน จะต้องดูแลตนเองด้วยการออกกำลังกายเบาๆ ทั้งนี้ หากผู้ป่วยปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด ก็มีโอกาสน้อยที่จะกลับมาเป็นโรคดังกล่าว แต่ถ้าละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือไม่ใส่ใจดูแลตัวเอง นอกจากจะเป็นซ้ำแล้ว บางรายพบว่ามีพังผืดขึ้นเป็นจำนวนมาก จนไม่สามารถผ่าตัดซ้ำได้อีก ต้องเปลี่ยนมารักษาด้วยวิธีการอื่น เช่น การขันชะเนาะ เป็นต้น
     
การผ่าตัดด้วยเทคนิค “supermicrosurgery” หรือผ่าตัดผ่าน กล้องไมโครสโคป (Microscope) นี้เป็นการผ่าตัดเปลี่ยนทางเดินน้ำเหลืองเข้าหลอดเลือดดำบริเวณที่ผ่าตัดโดยตรง โดยไม่ผ่านทางเดินน้ำเหลืองบริเวณที่เคยได้รับการบาดเจ็บหรือผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองมาก่อน จะช่วยให้ผู้ป่วยเสียเลือดน้อย บาดแผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และยังลดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เมื่อเทียบกับการผ่าตัดรักษาด้วยวิธีอื่นๆ ซึ่งผู้ป่วยจะค่อนข้างเสียเลือดมาก พักฟื้นนาน และเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น แผลติดเชื้อ แผลแยก หรือเลือดคั่ง เป็นต้น

Cr.ข่าวผู้จัดการ

"แทค"ภรัณยู ดาราหนุ่มเจ้าเสน่ห์ โพสต์ภาพคู่แนบชิดนัวเนียกับ “เจสซี่ วาร์ด (Jessie Vard)” หลังกระแสดราม่าสังคมบนโซเชียลมีเดีย วิพากษ์วิจารณ์อย่างสนุกปากด้วยถ้อยคำรุนแรง ทำร้ายผู้หญิงคนหนึ่งให้ไร้ที่ยืน จน"นุช" แฟนสาวหล่อ ออกมาชี้แจง

 
เจสซี่ วาร์ด

"แทค"ภรัณยู ดาราหนุ่มเจ้าเสน่ห์ โพสต์ภาพคู่แนบชิดนัวเนียกับ “เจสซี่ วาร์ด (Jessie Vard)” หลังกระแสดราม่าสังคมบนโซเชียลมีเดีย วิพากษ์วิจารณ์อย่างสนุกปากด้วยถ้อยคำรุนแรง ทำร้ายผู้หญิงคนหนึ่งให้ไร้ที่ยืน จน"นุช" แฟนสาวหล่อ ออกมาชี้แจง


เป็นข่าวดราม่าสนั่นมาหลายวัน สำหรับ “เจสซี่ วาร์ด (Jessie Vard)” กับ "น้องนุช" แฟนทอม ล่าสุดหนุ่มๆและทอม ต้องตาลุกเป็นไฟ พากันอิจฉา เมื่อ "แทค"ภรัณยู ดาราหนุ่มเจ้าเสน่ห์โพสต์ภาพคู่แนบชิดนัวเนียกับ “เจสซี่วาร์ด (Jessie Vard)” นอกจากนี้ยังขอถ่ายภาพคู่กับ "น้องนุช" หวานใจของเจสซี่อีกด้วย จากกรณีที่โลกออนไลน์เปิดโอกาสให้สังคมบนโซเชียลมีเดียได้วิพากษ์วิจารณ์อย่างสนุกปากมีการวิพากษ์วิจารณ์ การถ่ายแบบเซ็กซี่ของ นางแบบสาวนัยน์ตาน้ำข้าว "เจสซี่ วาร์ด" (Jessie Vard) ว่าแฟชั่นเซ็ตหลังๆ ที่สาวคนนี้ถ่ายเผยแพร่ภาพอนาจารอาจจะดูแรงไปบ้าง จนมีบางคนเข้าไปคอมเม้นต์จนเกินความพอดี ขณะที่เจ้าตัวก็บอกว่าเธอดูแลตัวเองดีและเซฟทุกอย่างแล้ว

ซึ่งเรื่องดังกล่าวทำให้ "นุช" แฟนสาวหล่อของ“เจสซี่ วาร์ด (Jessie Vard)” ออกอาการโมโห และโพสต์ด่าคนที่เข้ามาต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง เพราะน้องเขาหาเลี้ยงครอบครัว ทั้งครอบครัวมีเจสทำงานคนเดียว! หาค่าใช้จ่ายเลี้ยงปากท้อง พ่อกับน้องชาย พ่อแก่มากแล้ว น้องก็ยังเด็ก เจสซี่เป็นฝรั่งที่กตัญญูมาก จนมีคนขุดภาพเก่า ๆ โดยลักษณะของภาพเคลื่อนไหวที่มีผู้ชายพยายามลวนลามนั้น เป็นภาพในที่เฉพาะไม่เหมาะสม ที่จะนำมาเผยแพร่ และข้อความต่างๆ ของนุช วิพากษ์วิจารณ์อย่างสนุกปากเป็นการร่วมมือกันทำร้ายผู้หญิงคนหนึ่งให้ไร้ที่ยืน กระหน่ำซ้ำเติมด้วยถ้อยความประเภทเปิดโปง ประจาน

ล่าสุดสังคมบนโซเชียลมีเดียวิพากษ์วิจารณ์อย่างสนุกปาก จนเกิดแฮชแท็ก #ผัวเจสซี่ หรือ “เจสซี่ วาร์ด (Jessie Vard)” มาแรงจนขึ้นอันดับ 1 ในทวิตเตอร์ไทยเทรนด์เลยทีเดียว ล่าสุด"นุช" แฟนสาวหล่อของเจสซี่ ได้ออกมาชี้แจงถึงกระแสดราม่าสังคมบนโซเชียลมีเดียดังกล่าวว่า “ ใครทำงานเลี้ยงพ่อแม่ได้นี่สุดยอด!! แต่ก้ต้องทน เพราะจุดขายน้องมีจุดนี้ ทำได้แค่อ่านคำเม้นแล้วร้องไห้ ทุกๆครั้งที่เข้าไปเจอคนคอมเม้นด่าแรงๆ เสียๆหายๆ ลามไปถึงด่าพ่อแม่น้องเขา จิตใจทำด้วยอะไร ไม่ชอบก้อไม่ต้องดู น้องทำงาน ไม่ใช่โชว์เพื่ออยากดัง เขาทำเขาได้เงิน อายุแค่20 เลี้ยงครอบครัวได้  โพสนี้นุชขอมาชี้แจงนะ

1.เรื่องที่นุชใช้คำพูดไม่ถูกต้องในการโพสให้กำลังใจแฟนนุช มันมีคำพูดที่แรงเกินไป โอเคอันนี้นุชขอโทษ อารมณ์ตอนนั้นคือโมโหมากกกกกกกก เพราะนุชไปอ่านคอมเม้นที่ด่าเจส “เจสซี่ วาร์ด (Jessie Vard)” กระหรี่บ้าง นู่นนี่นั่น คือตอนนั้นไม่ไหวจริงๆ อันนี้นุชขอโทษด้วยนะคะ

2.เรื่องตอบโต้เม้นที่นุชถ้อยคำไม่ไห้เกียรติคนมาเม้น เหมือนกับว่านุชต้องยอมรับความคิดเห็นสาธารณะให้ได้ คือว่า นุชก็เป็นผู้หญิงคนนึงที่อยากปกป้องคนที่นุชรัก อยากให้เอาใจเขามาใส่ใจเราถ้ามีคนมาด่าคนที่ตัวเองรัก พวกคุณก็คงไม่ยอม แต่ก็อาจจะไม่ใช้ หรือ ใช้ คำพูดเหมือนนุช แล้วแต่คน ซึ่งนุชก็เป็นคนธรรมดาที่อารมณ์ขึ้นลง ด่าคำหยาบได้ เหมือนคนทั่วไปเลยไม่คิดว่าคำที่เขาด่ากันปกติจะเป็นกระแส ขนาดนี้ คนอื่นด่าไม่ผิด แต่ทำไมนุชด่าถึงผิดได้ขนาดนี้ แต่ถ้ามันไม่สมควรก็ขอโทษนะคะ

3.เรื่องที่ผู้ชายหลายๆคนบอกว่า นุชจะเอามีด เอาปืนไปไล่ยิงนั่น อยากชี้แจ้งว่า มันไม่ใช่ยังงั้น นุชไม่ได้บอกว่าจะไปไล่ยิงพวกมาคอมเม้น จะบ้าเหรอ ใครจะไปไล่หมด คนด่าเป็นพันคน ที่พูดว่ามีมีดในรถคือ นุชเซฟตัวเองกับเจสซี่ตลอด ไปถ่ายแบบต่างจังหวัดแค่2คน เราก็ผู้หญิงทั้งคู่ นอนโรงแรมเปลี่ยวๆ มันต้องมีอาวุธป้องกันตัวบ้าง เผื่อมีเหตุอะไร มันก็อาจจะเป็นประโยชน์ได้บ้าง ที่บอกไปไม่ได้จะหมายถึงว่านุชเก่ง นุชอยากไล่ฟันคนที่มาเม้น เห้อ คิดกันได้ยังไง แค่อยากบอกว่าเราเซฟตัวเองกันตลอด แค่นั้นเอง ไม่ได้จะโชว์แอคหรือกร่างอะไร เพราะเราก็เป็น ผู้หญิงจะไปสู้อะไรกับผู้ชายได้ แค่ผู้หญิงอยากปกป้องหญิงที่รักแค่นั้นเองค่ะ ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วยนะคะ

4.เรื่องที่บอกนุชเกาะเจสซี่กิน ถ้านุชบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง จะเชื่อกันมั้ยละ เพราะเราไปห้ามความคิดคนร้อยพันไม่ไหวหรอก นุชไม่เคยเกาะเจสกิน นุชมีบ้าน มีรถ มีแบรนครีม ขายครีมหาเงินมาตั้งแต่อายุ17-18 นุชมีเงินเก็บ ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น แล้วตอนนุชคบกับเจสแรกๆ นุชมีผู้ติดตาม แสนกว่าคน ตอนนั้นเจสไม่มีเลย คนไลค์ประมาน100 กว่า ตอนนั้นเจส “เจสซี่ วาร์ด (Jessie Vard)” ก็ไม่มีเงินเพราะอย่างที่เห็นข่าว ครอบครัวเจสโดนโกง 65 กว่าล้าน ไม่เหลืออะไรเลย

5.นุชเองที่เป็นคนให้เงินเจสใช้ เป็นคนเปลี่ยนแปลงเจส ให้เจสดูดีขึ้น โตขึ้น ดึงเจสจากจุดที่ไม่มีอะไรเลย แล้วคนก็เริ่มติดตามเจสเยอะมาก ด้วยความที่มันสวยแล้วคนก็เลยสนใจมากกว่านุชคนติดตามมันเลยเริ่มเยอะกว่า เป็นประมาน 2-3แสน นุชก็เป็นคนหางานไห้เจสเอง จนได้ถ่ายแบบ แล้วคนที่ชอบ ติดตาม จนมันมีคนติดตามเป็นล้าน ตอนนี้นุชกับเจส “เจสซี่ วาร์ด (Jessie Vard)” ก็กำลังจะมีอะไรหลายๆอย่างด้วยกัน ทำมาด้วยกัน นุชทำงานเจสก็ทำงาน เรามีอาชีพทั้งคู่ ซึ่งนุชไม่มีเหตุผลต้องเกาะเจสเลย เรื่องนี้ถามเจสได้ว่าจริงไม่จริง

สุดท้ายถ้ามันมาถึงตอนนี้คือแก้อะไรไม่ได้ อะไรที่นุชผิดนุชขอโทษ อะไรที่นุชไม่ผิด นุชมาชี้แจงนะคะ ใครจะเกลียดก็คงต้องปล่อยไป ใครที่ให้กำลังใจก็ขอบคุณมากๆค่ะ ถ้าคุณรักใครซักคนมากๆ ก็คงอยากจะทำแบบนุชเหมือนกัน นุชขอแคร์แค่คนรอบข้างกับคนที่มองเราในด้านดีแล้วกันค่ะ ต่อไปนี้ขอปล่อยผ่านไม่ใส่ใจ แล้วใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิม ขอบคุณที่อ่านจบค่ะ” สู้ๆนะที่รัก เราตามไปแคร์คนอื่นไม่ได้ทั้งโลกหรอก แคร์แค่คนที่อยู่ข้างเรา คนในครอบครัวเรา คนที่เราต้องหาเลี้ยงเขาก็พอ

Cr.สนุก นิวส์,ที่นี่ดอทคอม,กรุงเทพธุรกิจ